กองปราบ จับหนุ่มหลอกขายปลามังกร อ้างโควิด ส่งของไม่ได้ เสียหายหลายล้านบาท

กองปราบ จับหนุ่มหลอกขายปลามังกร อ้างโควิด ส่งของไม่ได้ เสียหายหลายล้านบาท

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รอง ผกก.3 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก.2 บก.ป., พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส, พ.ต.ท.กรกช ยงยืน, รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก รอง ผกก.2 บก.ปทส. ปฏิบัติราชการ กก.2 บก.ป. และ พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล รอง ผกก.2 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม  นำโดย  พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป.,  ร.ต.อ.บุญเที่ยง สมศรี รอง สว.กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ 4 กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายคณิน หรือวิวิธชัย  (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับจำนวน 6 หมายจับ

สืบเนื่องมาจาก เมื่อประมาณวันที่ 22 มกราคม 2563 ผู้เสียหายพบว่า นายคณิน หรือ วิวิธชัยฯ (ผู้ต้องหา) ได้ประกาศขายปลามังกรผ่านโซเชียล ซึ่งปลาดังกล่าวเป็นปลาที่ผู้เสียหายสนใจ ผู้เสียหายจึงเดินทางไปที่ร้านดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในตลาดนัดจตุจักร กทม. เมื่อมาถึงที่ร้าน ทางผู้ต้องหาได้เข้ามาแสดงตนเป็นเจ้าของร้าน และพูดคุยกับผู้เสียหาย ก่อนจะตกลงซื้อขายปลามังกรจำนวน 2 ตัว และให้ผู้เสียหายชำระเงินเป็นจำนวน 50,000 บาท แต่เนื่องจากในขณะนั้นทางผู้เสียหายยังสร้างตู้ปลาเพื่อเลี้ยงปลามังกรไม่เสร็จเรียบร้อย จึงยังไม่ได้รับปลามังกรที่ซื้อไว้กลับไป ภายหลังเมื่อตู้ปลาสร้างเสร็จ ผู้เสียหายจึงติดต่อไปยังผู้ต้องหา เพื่อต้องการรับปลามังกรที่ซื้อไว้กลับมา แต่ผู้ต้องหากลับบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมส่งปลามังกรมาให้ผู้เสียหาย อ้างว่ามีปัญหาการเคลื่อนย้าย อาจจะเสี่ยงติดโควิดได้ หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงได้พยายามติดต่อไปทางผู้ต้องหาอีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถติดต่อไม่ได้อีก จึงเดินทางไปที่ร้านดังกล่าว และพบว่า ผู้ต้องหาไม่ใช่เจ้าของร้านแต่อย่างใด เป็นเพียงลูกจ้างในร้าน หลังจากนั้น ผู้เสียหายจึงได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวอีก คือ

– เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2563 ผู้ต้องหาได้ขายปลามังกรที่ได้รับรางวัลมีใบประกาศ และถ้วยรางวัล จำนวน 2 ตัว ราคารวม 145,000 บาท ให้กับผู้เสียหาย ซึ่งทางผู้เสียหายได้ฝากให้ผู้ต้องหาเลี้ยงไว้ก่อน เนื่องจากกำลังก่อสร้างตู้ปลา แต่เมื่อตู้ปลาสร้างเสร็จ ผู้เสียหายได้ติดต่อไปยังผู้ต้องหา เพื่อต้องการรับปลามังกรที่ฝากเลี้ยงไว้ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ และเมื่อผู้เสียหายเดินทางไปพบผู้ต้องหาที่ร้านดังกล่าว ผู้ต้องหาได้อ้างว่าได้นำปลาของผู้เสียหายฝากให้พี่ชายเลี้ยงไว้ แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูล กลับพบว่าปลามังกรของผู้เสียหายถูกผู้ต้องหาแอบนำไปขายแล้ว ผู้เสียหายจึงได้เดินทางเข้าเเจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

– เมื่อประมาณเดือนกันยายน 2562 ผู้ต้องหาได้หลอกขายปลามังกร จำนวน 20 ตัว ราคารวม 2,000,000 บาท ให้กับผู้เสียหาย โดยอ้างว่าสามารถจัดส่งปลาให้ได้หลังจากนี้อีก 1 เดือน แต่เมื่อครบกำหนด   ผู้ต้องหากลับไม่ได้จัดส่งปลามาให้ผู้เสียหาย เมื่อติดต่อทวงถามไป ผู้ต้องหาได้ขอชดใช้ค่าเสียหายที่ไม่สามารถจัดส่งปลาให้ได้ โดยการออกเช็คเพื่อชำระหนี้แทน และเมื่อผู้เสียหายนำเช็คไปขึ้นเงินกับธนาคาร กลับถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้เสียหายจึงได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

ทั้งนี้ หมายจับของศาลแขวงพระนครเหนือ “พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค” ของผู้ต้องหานั้น เป็นการหลอกลวงผู้เสียหายในกลุ่ม BIGBIKE มูลค่าความเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท และจากการตรวจสอบข้อมูลการกระทำความผิดยังพบอีกว่า ผู้ต้องหาจะลงประกาศหลอกขายนาฬิกาข้อมือ โดยเอารูปภาพเดิมๆ มาโพสต์ขาย

กองบังคับการปราบปราม จึงได้เร่งรัด ติดตาม สืบสวน ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากมีพฤติการณ์สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก เป็นภัยต่อสังคม 

กระทั่งวันที่ 27 มกราคม 2563 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ จึงได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อพบผู้ต้องหา จึงได้ทำการจับกุมและนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป