กองปราบรวบสาวใหญ่ร่วมกันฉ้อโกง อ้างถูกหลานสะใภ้หลอกเอาบัญชีธนาคารไปใช้ เสียหายหลายแสน

กองปราบรวบสาวใหญ่ร่วมกันฉ้อโกง อ้างถูกหลานสะใภ้หลอกเอาบัญชีธนาคารไปใช้ เสียหายหลายแสน

กองบังคับการปราบปรามภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สาธิต สมานภาพ, พ.ต.ท.อัครพล มณีวรร ณ, พ.ต.ท.ศราวุธ จันต๊ะวงค์, พ.ต.ท.อลงกต คชแก้ว และ พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ รอง ผกก.กก.1 บก.ป. 

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดยพ.ต.ต.ทัตพรเลขะวัฒนพงษ์สว.กก1.บก.ป., ร.ต.อ.รัฐชิน เจริญรัมย์, ว่าที่ ร.ต.ท.สพงษ์ธรรศน์ แก้วจุนันท์ รอง สว.กก.1 บก.ป., ว่าที่ ร.ต.อ.อุปถัมป์ ลื้อยอดพิทักษ์, ร.ต.ท.อาทิตย์ ศุภนคร, ว่าที่ ร.ต.ต.ฤทธิ์ ปานทอง รอง สว.(ป.) กก.1.บก.ป., ด.ต.รัตนภูมิ  ชูชื่น, ด.ต.นิคม  ด้วงสุวรรณ์,ด.ต.อนุวัฒน์ ภูพวงนิล, ส.ต.อ.กฤษฎา ขามฝาด, ส.ต.อ.จีระวัฒน์ ไชยผา, ส.ต.อ.วุฒิพงษ์ กรีเทพ, ส.ต.อ.หญิง ทัศนีย์ สุขศรี ผบ.หมู่ กก.1 บก.ป.

ร่วมกันจับกุมนางสุภาวดี (สงวนนามสกุล) อายุ๕๓ปีผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ที่จ.597/2562 ลงวันที่ 23 ตุลาคม 2562 ในความผิดฐาน “ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม, ร่วมกันฉ้อโกงหรือรับของโจร” 

สืบเนื่องมาจากเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2560 คนร้ายได้ปลอมเอกสารใบตราส่งสินค้าซึ่งเป็นเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของในสินค้าใช้ชื่อบริษัทแห่งหนึ่งนำไปแอบอ้างหลอกบริษัทของผู้เสียหายว่าจะมีการนำเข้าสินค้าผ่านตู้คอนเทนเนอร์ต้องการให้บริษัทของผู้เสียหายดำเนินการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวและทางคนร้ายได้ปลอมเอกสารการตั้งเบิกเงินค่านายหน้าจำนวน 22 รายการโดยใช้ชื่อนางสุภาวดีฯ (ผู้ต้องหา) เป็นผู้เสนองานแสดงกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีของบริษัทผู้เสียหายเพื่อทำการเบิกเงินค่านายหน้าเป็นเงินจำนวน 878,950.57 บาทแต่ภายหลังทางบริษัทของผู้เสียหายได้ทำการตรวจสอบข้อมูลพบว่าไม่มีการนำเข้าสินค้าผ่านตู้คอนเทนเนอร์ตามที่คนร้ายกล่าวอ้างบริษัทของผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พนักงานสอบสวนได้ทำการสืบสวนสอบสวนจนทราบว่าบัญชีธนาคารและเอกสารต่างๆที่ใช้ในการกระทำความผิดเป็นชื่อของ นางสุภาวดีฯ (ผู้ต้องหา) พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในเวลาต่อมา

จนกระทั่งวันที่ 26 มกราคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.1 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นางสุภาวดีฯ หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านญาติในซอยแบริ่ง 2/2 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อพบผู้ต้องหา จึงเข้าจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถามนางสุภาวดีฯให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาโดยอ้างว่าบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มที่เป็นชื่อของตนถูกนางรัดดาฯ (หลานสะใภ้) ยืมไป 

กองบังคับการปราบปรามจึงขอฝากเตือนประชาชนสำหรับการรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารหรือยอมให้ผู้อื่นเอาบัญชีธนาคารของตนเองไปใช้ในทางทุจริตจะมีความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมาย

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”