กองปราบรวบหนุ่มหลอกเด็กสาว คุยผ่านทางออนไลน์ ลวงมาข่มขืน

กองปราบรวบหนุ่มหลอกเด็กสาว คุยผ่านทางออนไลน์ ลวงมาข่มขืน

กองบังคับการปราบปราม โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา  รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.๕ บก.ป., พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคำปัน รอง ผกก.๕ บก.ป., พ.ต.ท.ปวิช ข่าทิพย์พาที รอง ผกก.๕ บก.ป., พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น รอง ผกก.๕ บก.ป., พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.๕ บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.วาทิต จิตรจันทึก สว.กก.๕ บก.ป., ร.ต.อ.สมชาย ชื่นแสง,  ร.ต.ท.พรภาวิษย์ห้วยหงษ์ทอง, ร.ต.ต.มันส ธนิตกุล, ร.ต.ต.อภิสิทธิ์ สง่าเมือง รองสว.(ป.)กก.๕ บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.๕ บก.ป.

ได้ร่วมกันจับกุม นายเจษฎา (สงวนนามสกุล) อายุ ๒๘ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ ๓๐๕/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนด้วยประการใดๆ และพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจด้วยและลักทรัพย์ในเวลากลางคืน”

พฤติการณ์ สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๓ นายเจษฎาฯ (ผู้ต้องหา) ได้ติดต่อมาพูดคุยกับ น.ส.นันท์นภัสฯ (ผู้เสียหาย) อายุ ๑๗ ปี ผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ จากนั้นผู้ต้องหาได้พาผู้เสียหายมาที่ หอพัก ย่าน ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย พร้อมกับลักเอาหูฟังโทรศัพท์ของผู้เสียหายไปด้วย หลังจากเกิดเหตุทางผู้ปกครองของผู้เสียหายจึงได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

กระทั่งวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอยู่ที่หมู่ที่๖ต.ท่าข้ามอ.สามพรานจ.นครปฐมจากนั้นจึงลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อพบผู้ต้องหาจึงทำการจับกุมตัวและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.กระทุ่มแบนจ.สมุทรสาครเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าข่มขืนผู้ต้องหาจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ลักทรัพย์แต่อย่างใด

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”