กองปราบรวบพ่อเลี้ยงบังคับข่มขืนเด็กหญิง ลูกติดภรรยาใหม่ หลบหนีคดีนาน 16 ปี

กองปราบรวบพ่อเลี้ยงบังคับข่มขืนเด็กหญิง ลูกติดภรรยาใหม่ หลบหนีคดีนาน 16 ปี

กองบังคับการปราบปรามภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคำปัน, พ.ต.ท.ปวิช ข่าทิพย์พาที, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5 บก.ป. 

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ธีระยุทธ  ไทยราช สว.กก.5 บก.ป. พร้อมข้าราชการตำรวจ กก.5 บก.ป.           

ร่วมกันจับกุมนายบรรจง (สงวนนามสกุล) อายุ๖๑ปีผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานีที่ 22/2548 ลงวันที่13มกราคม 2548 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย”

สถานที่จับกุมบริเวณถนนในซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 27 แขวงบางซื่อเขตบางซื่อกรุงเทพฯ

พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุนายบรรจงฯผู้ต้องหาได้อยู่กินกับภรรยาซึ่งเพิ่งคบหากันโดยทางภรรยามีลูกติดชื่อ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ซึ่งทั้งหมดพักอาศัยอยู่ด้วยกันภายในบ้านพัก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ต่อมาผู้ต้องหาซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงอาศัยความใกล้ชิดกับเหยื่อ สบโอกาสตอนที่มารดาของ ด.ญ.บีฯ ไม่อยู่ ใช้กำลังทำร้ายและบังคับข่มขืน ด.ญ.บีฯ และข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกผู้ใด ซึ่งผู้ต้องหาได้กระทำในลักษณะดังกล่าวกับ ด.ญ.บี อีกจำนวนหลายครั้ง จนมารดาของ ด.ญ.บีฯ เห็นอาการผิดปกติ ด.ญ.บีฯ มีอาการหวาดกลัว จึงสอบถามจนทราบว่าลูกสาวของตนถูกพ่อเลี้ยงบังคับข่มขืน มารดาของ ด.ญ.บีฯ​ จึงได้พา ด.ญ.บีฯ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี และต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติขอหมายจับนายบรรจงฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว

        จนกระทั่ง วันที่ 21 มกราคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่า       นายบรรจงฯ ผู้ต้องหารายนี้พักอาศัยอยู่ในท้องที่เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด หลังจากนั้นจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”