กองปราบรวบนายหน้าตุ๋นเหยื่อทำงานต่างประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 7,500,000 บาท

กองปราบรวบนายหน้าตุ๋นเหยื่อทำงานต่างประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 7,500,000 บาท

เนื่องด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เล็งเห็นว่าในช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งอาจสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมหรือความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ นอกจากนี้เพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และรักษาความสงบเรียบร้อย จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย ระดมติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ในช่วงวันที่ 23 – 29 ธันวาคม 2563

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ, พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิวัตน์         จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์, พ.ต.ท.พงศกร ตันอารีย์, พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เตชะพันธ์        รอง ผกก.3 บก.ป. ได้สั่งการให้

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. 

ร่วมกันจับกุม นายวรพจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอุทัยธานี ที่ จ.52/2551 ลง 18 มี.ค.2551 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันจัดหางานเพื่อให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตและหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานในต่างประเทศได้ โดยได้รับทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง และร่วมกันฉ้อโกง” 

สืบเนื่องมาจากต้นปี 2550 มีผู้เสียหายจำนวนหลายรายถูก นายวรพจน์ฯ (ผู้ต้องหา)     หลอกลวงว่าตนเองเป็นนายหน้า สามารถพาคนไปทำงานต่างประเทศได้ และอ้างว่าประเทศญี่ปุ่นกำลังต้องการแรงงานจำนวนมาก จึงได้ชักจูงผู้เสียหายให้ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีค่าดำเนินการจัดทำเอกสารและค่าเดินทาง จำนวน 250,000 บาท แต่ต้องวางเงินมัดจำไว้ก่อนเป็นจำนวน 100,000 บาท ซึ่งมีผู้เสียหายหลงเชื่อวางเงินมัดจำหลายราย แต่เมื่อใกล้ถึงกำหนดเวลาเดินทาง ผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อกับนายวรพจน์ฯ ได้ จึงเชื่อว่าตนถูกหลอก จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ สภ.ทัพทัน 

จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหากระทำการเป็นขบวนการ ตระเวนหลอกเหยื่อหลายพื้นที่ 

จนกระทั่งวันที่ 27 ธันวาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่า นายวรพจน์ฯ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.เลย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณกระท่อมกลางสวนยางเขตบ้านห้วยหินขาว หมู่ 2 ต.ห้วยพิชัย อ.ปากชม จ.เลย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทัพพัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย 

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าผู้ต้องหามีหมายจับที่ต้องการตัวอีกจำนวน 10 หมาย และมีผู้เสียหายกว่า 30 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 7,500,000 บาท

 “ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”