กองปราบรวบหนุ่มจ้างเด็กสาวมาทำงานบ้าน ก่อนลงมือกระทำชำเรา หนีคดีนาน 6 ปี

กองปราบรวบหนุ่มจ้างเด็กสาวมาทำงานบ้าน ก่อนลงมือกระทำชำเรา หนีคดีนาน 6 ปี

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.ณัฐพล ปิตะบุตร รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป.,                       พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม, พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ, พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา, พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดยพ.ต.ท.ภัทรพันธ์พูลทวีสว.กก.4 บก.ป.พร้อมกำลังข้าราชการตำรวจ              กองกำกับการ ๔ กองบังคับการปราบปราม           

ร่วมกันจับกุมนายจันทร์พรหรือทอง (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกที่  140/2559 ลงวันที่ 29 เมษายน 2559 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา เพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย”

สถานที่จับกุมบริเวณหน้าวัดสวนแตงหมู่ 4 ต.สวนแตงอ.เมืองสุพรรณบุรีจ.สุพรรณบุรี

พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุนายจันทร์พรหรือทองฯ (ผู้ต้องหา) ได้เช่าบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้กับครอบครัวของน.ส.ดวงใจฯ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี โดยผู้ต้องหาจะคอยว่าจ้างน.ส.ดวงใจฯให้มาทำความสะอาดบ้านและนำเสื้อผ้าไปซักรีดอยู่บ่อยครั้ง 

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ส.ค.58 น.ส.ดวงใจฯได้นำเสื้อผ้าของนายจันทร์พรฯ (ผู้ต้องหา) ที่ซักรีดเรียบร้อยแล้วไปส่งให้ที่บ้านของผู้ต้องหาแต่ผู้ต้องหากลับลวงให้น.ส.ดวงใจฯนำเสื้อผ้าไปเก็บไว้ที่ชั้น๒และบังคับข่มขืนน.ส.ดวงใจฯจนเมื่อมารดาของน.ส.ดวงใจฯทราบเรื่องจึงได้พาน.ส.ดวงใจฯไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 

กระทั่งวันที่ 16 พ.ย.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.4บก.ป. ได้ร่วมกับชุดสืบสวน บก.สส.ภ.6 และ สภ.วังน้ำคู้ สืบสวนติดตามจนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาทำงานอยู่ที่หมู่ 4 ต.สวนแตง     อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จากนั้นจึงได้นำกำลังเข้าจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา 

จากการตรวจสอบยังพบว่าผู้ต้องหามีหมายจับอีก๒หมายจับดังนี้

1. หมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 60/2557 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2557 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน  “ฉ้อโกง” 

2.หมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.220/2557  ลงวันที่ 10 เมษายน 2557 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน  “ฉ้อโกงทรัพย์” 

 

 “ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”