“กองปราบรวบหนุ่มใหญ่ หลอกเจ้าของสวนลงทุนเลี้ยงเป็ด ก่อนชิงขายเป็ดนายจ้างยกเล้า”

“กองปราบรวบหนุ่มใหญ่ หลอกเจ้าของสวนลงทุนเลี้ยงเป็ด ก่อนชิงขายเป็ดนายจ้างยกเล้า”

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม, พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล, พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์, พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ รอง ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืนรอง ผกก.4 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก.3 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.กิตติภพ ทองเพชร สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.หญิงสุกัญญา กุดาศรี, ร.ต.อ.ธีรศักดิ์ นามเขต รอง สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.ท.วิชัย ยศทรัพย์สูง, ร.ต.ท.บรรพจน์ แสนนาม รอง สว.กก.3 (ป.) บก.ป., ด.ต.ประชา คำมุล, ด.ต.สมบูรณ์ ศรีโคตร, ด.ต.ธีระเดช เขียวงาม, ด.ต.สราวุธ ทองดีนอก, ส.ต.อ.เอกชัย นามบุตร, ส.ต.อ.รณยุทธ ลีโพนทอง ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป. และ ส.ต.ท.เทพพิทักษ์  ไชยธงรัตน์ รรท.ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป.

ร่วมกันจับกุมตัว นายอนุวัตร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเดชอุดม ที่ จ 71/2563 ลง 15 ต.ค. 2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ครอบครองทรัพย์ซึ้งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้น เป็นของตนเองหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต”

พฤติการณ์  สืบเนื่องจากเมื่อประมาณช่วงปลายปี 2561 นายอนุวัตรฯ ผู้ต้องหาได้รู้จักกับผู้เสียหายผ่านทางเว็บไซต์เกษตร ที่ผู้เสียหายกำลังหาคนดูแลสวนผลไม้ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จึงได้แลกเปลี่ยน ไลน์ติดต่อกับนายอนุวัตร์ฯ ต่อมาประมาณเดือนมกราคม 2563 ผู้เสียหายได้ตกลงว่าจ้างผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาจะชอบอ้างว่าตนเองมีความรู้ในการทำการเกษตรกรรม หลอกให้ผู้เสียหายลงทุนเลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ในสวนเป็นการสร้างรายได้เสริม โดยแนะนำให้ลงทุนเลี้ยงเป็ดแล้วแบ่งกำไรกัน ซึ่งในครั้งแรกลงทุนเลี้ยงจำนวน 100 ตัว เลี้ยงประมาณ 2 เดือน ซึ่งได้ผลตอบแทนตามที่ตกลง จึงทำให้ผู้เสียหายมีความไว้เนื้อเชื่อใจ ยอมลงทุนอีก แต่นายอนุวัตร์ฯ กลับอ้างว่าขาดทุนเนื่องจากเป็นช่วงโรคโควิด-19 ระบาด จึงขอให้ผู้เสียหายลงทุนเลี้ยงเป็ดเพิ่มอีกเป็นจำนวน 1,000 ตัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป นายอนุวัตร์ฯ กลับจับเป็ดขายทั้งหมดแล้วหลบหนีไป สร้างความเสียหายเกือบสองแสนบาท ทางผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความต่อ พงส.สภ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี และได้เข้ามาร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบช่วยดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายอนุวัตร์ฯ มาดำเนินคดี

จนกระทั่งวันที่ 6 พ.ย. 2563 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สืบสวนจนทราบว่า นายอนุวัตร์ฯ จะเดินทางบริเวณเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อพบนายอนุวัตร์ฯ จึงได้เข้าจับกุม และนำตัวส่ง พงส.สภ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถาม นายอนุวัตร์ฯ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจสอบประวัติเพิ่มเติม พบว่า นายอนุวัตร์ฯ เป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับติดตัวและยังต้องการตัวของศาลแขวงนครสวรรค์ ที่ จ.100/2562 ลง 18 มิ.ย 2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ครอบครองทรัพย์ซึ้งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้น เป็นของตนเองหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต”

 

 

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด