“กองปราบรวบหนุ่มลวงแฟนเก่ามาข่มขืน หลบหนีคดีนานกว่า 6 ปี”

“กองปราบรวบหนุ่มลวงแฟนเก่ามาข่มขืน หลบหนีคดีนานกว่า 6 ปี”

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ รอง ผบก.ป. ,พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง,    พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5 บก.ป.

            เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.ต.พิทยา ธนาวุฒิ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมกำลังข้าราชการตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม

            ร่วมกันจับกุม นายตระกูล หรือ ตี๋ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 535/2557 ลง 8 ธ.ค.57 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล”

           

            พฤติการณ์ ก่อนเกิดเหตุช่วงต้นปี พ.ศ.2557 นายตระกูล หรือ ตี๋ ผู้ต้องหาซึ่งพักอาศัยอยู่ที่บ้านในพื้นที่ ม.1 ต.กุดกว้าง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ได้คบหากันกับ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เศษ ซึ่งเป็นคนในพื้นที่เดียวกัน โดยได้ไปมาหาสู่กันเรื่อยมา หลังจากนั้นประมาณ 7-8 เดือน นายตระกูลฯ มีปัญหาผิดใจกับแฟนสาว โดยมีสาเหตุมาจากที่ผู้ต้องหาเชื่อว่าแฟนสาวมีหนุ่มใหม่มาพัวพัน จนทำให้มีปากเสียงกันบ่อยครั้ง และเลิกรากันไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2557 เวลาประมาณ 18.00 น. นายตระกูลฯ ได้เดินทางไปยังบ้านพักของผู้เสียหาย เพื่อไปง้อผู้เสียหายให้กลับมาคบหากับตน โดยผู้ต้องหาได้ลวงผู้เสียหายให้ไปยังบ้านของตน และออกอุบายล่อลวงและก่อนลงมือข่มขืนผู้เสียหาย ซึ่งเมื่อผู้เสียหายเดินทางกลับมายังบ้านพักของตน จึงได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับพ่อแม่ของผู้เสียหายทราบ และได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ให้ดำเนินคดีกับนายตระกูลฯ (ผู้ต้องหา) ตามกฎหมาย

จนกระทั่ง วันที่ 10 ตุลาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่านายตระกูลฯ ได้หลบหนีมาทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้ในที่สุด

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

           

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด