กองปราบตามรวบ มือแทงคู่อริบาดเจ็บสาหัส สาเหตุมาจากเขม่นหน้ากันในหมู่บ้าน

กองปราบตามรวบ มือแทงคู่อริบาดเจ็บสาหัส สาเหตุมาจากเขม่นหน้ากันในหมู่บ้าน

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง,พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5 บก.ป.

          เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.ต.พิทยาธนาวุฒิ สว.กก.5 บก.ป.พร้อมกำลังข้าราชการตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม

​        ร่วมกันจับกุม นายมนัส หรือตอง (สงวนนามสกุล)  อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 217/2563 ลงวันที่ 9 กันยายน 2563 โดยกล่าวหาว่า “ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ”

​       

ด้วยเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2563 ช่วงหัวค่ำ ขณะที่ นายมนัส หรือตอง กำลังนั่งดื่มสุราคนเดียวอยู่ที่บ้านนั้น ได้มีเพื่อนสนิทคือนายบิ๊ก โทรมาขอความช่วยเหลือ เนื่องจากมีคู่อริภายในหมู่บ้านเดียวกันมาหาเรื่องที่บ้าน นายตองจึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปที่บ้านของนายบิ๊ก เมื่อไปถึงบ้านของนายบิ๊ก ก็พบคู่อริและนายบิ๊กกำลังโต้เถียงกัน นายตองจึงได้เข้าช่วยนายบิ๊ก จึงเป็นเหตุให้มีการทะเลาะกันอย่างรุนแรง นายตองจึงได้ใช้มีดเดือยไก่ที่พกมาจากบ้าน แทงผู้เสียหาย จนมีผู้เห็นเหตุการณ์เข้ามาช่วยเหลือผู้เสียหายนำส่งโรงพยาบาล หลังจากนั้นนายตองและนายบิ๊ก จึงได้หลบหนีไป และต่อมาทางผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี ให้ดำเนินคดีกับ นายตองและบิ๊กตามกฎหมาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายบิ๊กได้แล้ว ส่วนนายตอง (ผู้ต้องหา) ได้หลบหนีออกนอกพื้นที่

          จนกระทั่ง วันที่ 9 ตุลาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบสวนติดตามจนกระทั่งสืบทราบว่านายมนัส หรือตอง  ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมากบดานที่บ้านของมารดาในพื้นที่ อ.ละแม จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ แต่นายตองหลบหนีไปได้ แต่ต่อมาทาฃมารดาของผู้ต้องหาได้ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. เพื่อพานายตองมามอบตัว จึงสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาร้ายนี้ได้ในที่สุด

          จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

                       

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด