กองปราบรวบหนุ่มใหญ่อ้างตัวเป็นนักบิน หลอกยืมเงินกว่า 8 แสน

กองปราบรวบหนุ่มใหญ่อ้างตัวเป็นนักบิน หลอกยืมเงินกว่า 8 แสน

กองบังคับการปราบปราม โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ  ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5 บก.ป. ปฏิบัติการโดย พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.ยุทธนา สงกระสัน รอง สว.กก.5 บก.ป., ด.ต.มนัส มังน้อย และ ด.ต.อภิสิทธิ์ ทองใหญ่ ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป.

          ร่วมกันจับกุม นายประพล หรือต้น (สงวนนามสกุล)  อายุ 44 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกง” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงดุสุตที่ 184/2563 ลงวันที่ 15 กันยายน 2563

 

          ก่อนเกิดเหตุเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ.2561 น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย ได้รู้จักกับ นายประพลฯ (ผู้ต้องหา) ผ่านแอพพลิเคชั่นบีทอค (BeeTalk) โดยผู้ต้องหาแนะนำว่า ตนเองเป็นทหารอากาศ ยศนาวาอากาศโท เป็นนักบินสังกัดกองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา จึงมีการติดต่อพูดคุยกันเรื่อยมาจนตกลงคบหาดูใจกัน แต่เนื่องจากทำงานกันคนละจังหวัด จึงไม่ค่อยได้เจอกัน ซึ่งผู้ต้องหามักจะส่งรูปนักบินที่กำลังขับขี่เครื่องบินอยู่มาให้ดูเป็นประจำ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าผู้ต้องหาเป็นนักบินจริง ต่อมาผู้ต้องได้มาปรึกษาว่า ตนเองเดือนร้อนเรื่องเงิน ต้องเอาเงินไปใช้หนี้ ไปลงทุน ไปรักษามารดาที่ป่วย ด้วยความสงสาร ผู้เสียหายจึงให้ผู้ต้องยืมเงิน โดยโอนเงินให้ผู้ต้องหากว่า 300 ครั้ง รวมเป็นจำนวนเงินประมาณ 800,000 บาท และต่อมาเมื่อประมาณปลายปี พ.ศ.2562 เสียหายรู้สึกสงสัยว่าถูกผู้ต้องหาหลอก จึงได้พยายามตรวจสอบ พบว่าผู้ต้องหาไม่ใช่ทหารอากาศและนักบินจริงตามที่กล้าวอ้าง ผู้เสียหายจึงรวบรวมพยานหลักฐานฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลแขวงดุสิต            

ต่อมาเจ้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอยู่บริเวณพื้นที่หมู่ 1 ตำบลดงคู่ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่เพื่อสืบสวน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2563 เวลาประมาณ 11.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพบผู้ต้องหากำลังยืนอยู่บริเวณริมถนนทางเข้า หมู่ 1 ตำบลดงคู่ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายจับให้ดูและให้อ่านเองจนเข้าใจดีแล้ว สอบถามผู้ต้องหาให้การยืนยันว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อน จึงทำการจับกุมและนำส่งพนักงานสอบสวน ศาลแขวงดุสิต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 

          กก.5. บก.ป. จึงขอประชาสัมพันธ์ว่า หากผู้เสียหายรายใดเคยถูกผู้ต้องหาหลอกหลวงในลักษณะดังกล่าว สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กก.5 บก.ป. เพื่อที่จะได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป

                   

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด