กองปราบรวบหนุ่มใหญ่กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี

กองปราบรวบหนุ่มใหญ่กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี

กองบังคับการปราบปราม โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป., พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5 บก.ป. พร้อมด้วย ร.ต.อ.ธนาคาร อุชณรัศมี รอง สว.กก.5 บก.ป. ,ด.ต.ประสิทธิ์ เส็นฤทธิ์ ,ด.ต.จรินทร์ ตารมย์ ,ด.ต.ณัฐวุฒิ เอียบสกุล และ ด.ต.ภูวดล พักเรือง ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม นายสมบัติ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี ในข้อกล่าวหา “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน ผู้อยู่ในความดูแลปกครองของตน ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ตที่ จ.258/2560 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2560

สถานที่จับกุม บ้านไม่มีเลขที่ ม.5 ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

พฤติการณ์ กล่าวคือ ด.ญ.เอฯ ได้อาศัยอยู่กับยายและนายสมบัติฯ (สามีใหม่ของยาย)  ในแคมป์คนงานก่อสร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งนายสมบัติฯ จะเป็นผู้หารายได้เลี้ยงครอบครัว เป็นผู้ปกครองของ ด.ญ.เอฯ ฯ และจะเป็นผู้ที่คอยดูแลซื้อขนม, ของเล่น และโทรศัพท์ ให้กับ ด.ญ.เอฯ ทำให้ ด.ญ.เอฯ รู้สึกรักและเชื่อใจ กระทั่งช่วงประมาณ เดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ.2553 ขณะที่ ด.ญ.เอฯ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ยายของ ด.ญ.เอฯ มีโรคประจำตัว จึงต้องแยกห้องออกไปนอนคนเดียว แต่ ด.ญ.เอฯ ยังคงนอนห้องเดียวกับนายสมบัติฯ นายสมบัติฯ จึงอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวกระทำอนาจาร ด.ญ.เอฯ และกระทำอนาจาร ด.ญ.เอ เรื่อยมา จนกระทั่งเพื่อนบ้านเห็น ด.ญ.เอฯ มีรูปร่างอ้วนขึ้นผิดปกติคล้ายคนท้อง จึงได้แจ้งมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ตเข้าตรวจสอบ จนทราบว่า ด.ญ.เอฯ ตั้งท้องจริง เจ้าหน้าที่ฯ จึงรับ ด.ญ.เอฯ มาอยู่ในความดูแล และทางเจ้าหน้าที่ พม.ฯ จึงได้พา ด.ญ.เอฯ แจ้งความดำเนินคดีกับนายสมบัติฯ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต และ พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติต่อศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับนายสมบัติฯ มาดำเนินคดี

จนกระทั่งวันที่ 29 กันยายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบทราบว่านายสมบัติฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับนี้ หลบหนีมาประกอบอาชีพรับจ้างทำสวนอยู่ในพื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จึงเข้าทำการจับกุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด