กองปราบรวบมิจฉาชีพแสบ หลอกขายของออนไลน์ สั่งซื้อทองได้สบู่

กองปราบรวบมิจฉาชีพแสบ หลอกขายของออนไลน์ สั่งซื้อทองได้สบู่

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. , พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. , พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง, พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล, พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส, พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร รอง ผกก.2 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ดำเนินการสืบสวนจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป. , พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฎิบัติการที่ 4 กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายชยุต (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 6 หมายจับ ดังนี้
1. หมายจับของศาลแขวงนนทบุรี ที่ 295/2563 ลง 18 ส.ค.2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบความพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน (สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี)
2. หมายจับของศาลอาญา ที่ 420/2563 ลง 24 ก.ค.2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” (สน.บางมด)
3. หมายจับของศาลอาญา ที่ 421/2563 ลง 24 ก.ค.2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” (สน.บางมด)
4. หมายจับของศาลแขวงสุพรรณบุรี ที่ 17/2562 ลง 21 ก.พ.2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์” (สภ.เมืองสุพรรณบุรี)
5. หมายจับของศาลแขวงระยอง ที่ 261/2562 ลง 25 ธ.ค.2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์” (สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง)
6. หมายจับของศาลแขวงอุบลราชธานี ที่ 89/2561 ลง 15 พ.ค.2561 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์” (สภ.เหล่าเสือโก้ก จ.อุบบราชธานี)

จับกุมได้ที่ บริเวณภายในซอยวัดโพธิ์ทองบน หมู่ 2 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดำเนินคดี

สืบเนื่องจาก ทางกองบังคับการปราบปรามได้รับร้องเรียนจาก น.ส.ชุติมาฯ ว่าได้ถูกหลอกให้ซื้อทองออนไลน์แต่กลับได้ทองปลอมมาแทน โดยพฤติการณ์ คือ ผู้เสียหายได้รู้จักกับนายชยุตฯ ผู้ต้องหา ผ่านทางเฟซบุ๊กกับ โดยนายชยุตฯ ใช้เฟซบุ๊คชื่อว่า Vichaiyoot Tongngam โพสต์ประมูลสินค้าเป็นประจำ น.ส.ชุติมาฯ สนใจจึงลองเข้าร่วมประมูลของดังกล่าว ต่อมาตามวันเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2562 เฟซบุ๊กของ Vichaiyoot Tongngam ได้มีการประมูลทองคำหนัก 1 บาท เริ่มต้นราคา 5,000 บาท โดยู้เสียหายประมูลไปในราคา 10,000 บาท และไม่มีผู้ประมูลต่อ ทำให้ได้รับสินค้าดังกล่าว ต่อมาทางเฟซบุ๊ก Vichaiyoot Tongngam ได้โทรมาหาผู้เสียหายให้ทำการโอนเงินมาชำระค่าของที่ประมูล หากไม่โอนภายในวันนี้จะหมดสิทธิ์ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปยังบัญชีของ นายชยุตฯ แต่หลังจากโอนเงินแล้ว น.ส.ชุติมาฯ ไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ จึงเชื่อว่าถูกหลอก ซึ่งจากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. พบว่า ผู้ต้องหาเคยก่อคดีลักษณะแบบนี้หลายที่ ดังนี้

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2563 ได้เสนอขายสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อมกับพระนางพญาเลี่ยมทอง จำนวน 1 เส้น ในราคา 12,000 บาท ผู้เสียหายมีความสนใจจึงได้ตกลงซื้อสร้อยทองดังกล่าว แต่กลับได้รับพัสดุซึ่งภายในพบเป็นสบู่เหลว จำนวน 1 ขวด มาแทน (สน.บางมด)

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ๒๕๖๓ ได้เสนอขายสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อมกับพระนางพญาเลี่ยมทอง จำนวน 1 เส้น ในราคา 12,000 บาท แต่ผู้เสียหายสนใจสร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ พร้อมพญาครุฑเลี่ยมทอง จำนวน 1 องค์ ในราคา 6,500 บาท จึงได้ตกลงซื้อรายการนี้ แต่กลับได้รับพัสดุที่ภายในเป็นสบู่เหลวจำนวน 1 ขวด มาแทน (สน.บางมด)

เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2561 ผู้เสียหายได้ติดต่อซื้อสร้อยข้อมือทองคำจากผู้ต้องหาผ่านทางเฟซบุ๊กและได้โอนเงินไปให้จำนวน 27,000 บาท แต่ผู้ต้องหาไม่ส่งสินค้าให้กับผู้เสียหาย และต่อมาไม่สามารถติดต่อได้ (สภ.เหล่าเสือโก้ก จ.อุบลราชธานี)

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2562 ผู้เสียหายได้เข้ารวมประมูล ทองคำและโทรศัพท์มือถือ ในราคา 12,000 บาท แต่เมื่อถึงวันที่ส่งสินค้า ผู้ต้องหาไม่ได้ส่งสินค้า และได้บล๊อคเฟซบุ๊กของผู้เสียหายไป (สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง)
เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2563 นายชยุตฯ ได้เสนอขายทองคำหลุดจำนำน้ำหนัก 2 สลึง พร้อมพระเลี่ยมทองให้ในราคา 9,000 บาท แต่กลับได้รับกล่องนมรสงาดำ จำนวน 1 กล่อง

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2563 ผู้ต้องหาได้เสนอขายทองรูปพรรณให้กับผู้เสียหายจำนวน 39,000 บาท แต่กลับส่งทองปลอมมาให้

ซึ่งผู้ต้องหาเคยถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. จับกุมได้เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2560 ในข้อหาฉ้อโกง โดยทำทีใส่ทองปลอม โพสต์เฟซบุ๊กหลอกยืมเงิน ก่อนชักดาบหนีหาย นอกจากนี้ยังอ้างตัวว่าเป็นรองผู้กำกับกองปราบ ด้วยพฤติกรรมของผู้ต้องหาที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชน กองบังคับการปราบปราม จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่สืบสวนของ กก.2 บก.ป. ออกสืบสวนเพื่อนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

จนกระทั่งวันที่ 28 ส.ค.๒๕๖๓ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๒ บก.ป. ได้สืบสวนทราบว่า นายชยุตฯ ผู้ต้องหาพักอาศัยภายในซอยวัดโพธิ์ทองบน หมู่ 2 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงได้ออกสืบสวนจนมาพบ นายชยุตฯ ภายในซอยดังกล่าว จึงได้จับกุมตัวส่ง พงส.สภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดีต่อไป