หนุ่มเก่าหึง บุกแทงหนุ่มใหม่สาหัส

หนุ่มเก่าหึง บุกแทงหนุ่มใหม่สาหัส

                                                กองปราบจับหนุ่มเลือดร้อนหึงแฟนเก่าโพสต์รูปคู่หนุ่มใหม่ บุกแทงสาหัส

         หนุ่มเลือดร้อนยัวะแฟนสาว เลิกกันไม่ถึงอาทิตย์กลับคบหนุ่มใหม่เย้ย จึงบุกแทงแฟนหนุ่มคนใหม่ในคืนวันปีใหม่ สุดท้ายไม่รอดมือกองปราบ โดนรวบแถวบางเสาธง จ.สมุทรปราการ

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.๔ บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม ,พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ , พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา และ พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รองผกก.๔ บก.ป.

          นำโดย พ.ต.ต.จักรี  กันธิยะ สว.กก.๔ บก.ป., ร.ต.อ.อัคนี ณ บางช้าง , ร.ต.อ.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียรศรณ์, ร.ต.อ.เกียรติบดินทร์ วงศ์งาม รอง สว.กก.๔ บก.ป.,ว่าที่ ร.ต.ต.เดชา คำรังษี กับพวก เข้าจับกุมนายนัฐกรณ์หรือฟลุ๊ค  (สงวนนามสกุล) อายุ ๒๔ ปี  ผู้ต้องหา ตามหมายจับ ศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.๑๖/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๙ มกราคม  ๒๕๖๓ ในความผิดฐาน “พยายามฆ่า” จับกุมได้ที่ ห้องพักสำนักงาน ภายในบริษัท เจดี เซนทัล คลัง ๓ (JD Central ) ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

          ก่อนเกิดเหตุนายนัฐกรณ์ฯ ผู้ต้องหา ได้คบหากับแฟนสาวมาประมาณ ๓-๔ ปี และช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ ผู้ต้องหาได้ทะเลาะกับแฟนสาวและเลิกรากัน ต่อมาประมาณวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ คืนสิ้นปีขณะที่ผู้ต้องหากำลังร่ำสุราฉลองส่งท้ายปีเก่ากับกลุ่มเพื่อน ผู้ต้องหาได้เปิดดูเฟสบุ๊คของแฟนเก่ากลับต้องตะลึง เมื่อพบว่าแฟนเก่าของตนไปคบหากับแฟนหนุ่มคนใหม่ มีการโพสต์รูปคู่พร้อมสิ่งของที่ซื้อให้กัน ผู้ต้องหาเห็นภาพก็เกิดความหึงหวงและโกรธอย่างรุนแรง จึงได้บุกเข้าไปที่บ้านแฟนเก่า พบแฟนเก่าพร้อมผู้เสียหายซึ่งเป็นแฟนหนุ่มคนใหม่ จึงเกิดการทะเลาะวิวาทกับผู้เสียหาย ก่อนที่ผู้ต้องหาจะใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหาย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และหลบหนีไป

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่านายนัฐกรณ์หรือฟลุ๊ค ผู้ต้องหาได้หลบหนีและมาทำงานอยู่บริเวณ คลังสินค้าบริษัทแห่งหนึ่ง ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบนายนัฐกรณ์ฯ อยู่ภายในคลังสินค้าดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันจับกุมตัวนายนัฐกรณ์ฯ นำส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง  เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”