รวบสมาชิกแก๊งเด็กแว้น โทรมเด็กหญิงแล้วชิ่งหนี

รวบสมาชิกแก๊งเด็กแว้น โทรมเด็กหญิงแล้วชิ่งหนี

   กองปราบรวบสมาชิกแก๊งเด็กแว้นโฉด โทรมเด็กหญิงแล้วชิ่งหนี 

           กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. , พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง รอง ผกก.๕ บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป. พร้อมกำลังข้าราชการตำรวจ ชุดปฏิบัติการ 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุมนายธนาวินหรือต้า (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี  ที่ 110/2559  ลง 21 มีนาคม  2559 ข้อหาร่วมกันกระทำชำเราผู้เยาว์อายุไม่เกินสิบห้าปี อันเป็นลักษณะการโทรมหญิง,พรากผู้เยาว์อายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร,พาบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม

          เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณวันที่ 10 มี.ค. 2559 นายธนาวิน หรือต้าฯ ผู้ต้องหาพร้อมพวกรวม    8 คน ซึ่งเป็นแก๊งเด็กแว๊นแข่งรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่ จว.ชลบุรี ได้ชักชวน ด.ญ.นิด (นามสมมุติ) ผู้เสียหายกับเพื่อนไปดูการแข่งรถ พอดูเสร็จเวลาประมาณ 23.30 น. ด.ญ.นิด ได้ขอตัวกลับบ้านและมีนายเอ หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ทำทีขออาสาพา ด.ญ. นิด ไปส่งบ้านพัก แต่ทว่าเรื่องราวผิดคาด นายเอกลับพา ด.ญ.นิดไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งมีแก๊งเด็กแว๊นประกอบด้วยนายธนาวิน พร้อมเพื่อนอีก ๗ คน นัดหมายกันรอพร้อมอยู่แล้วที่โรงแรม เมื่อ ด.ญ.นิดมาถึง กลุ่มชายโฉดทั้ง 8 คนไม่รอช้า เข้ารุมโทรม ด.ญ.นิด กระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่และทิ้ง ด.ญ.นิด ไว้ในโรงแรม จากนั้นจึงแยกย้ายหลบหนี ผู้ปกครอง ด.ญ. เห็นท่าไม่ดีจึงได้ออกตามหาจนมาพบตัว และพากันมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.หนองขาม

           เมื่อถูกดำเนินคดี กลุ่มแก๊งชายโฉดก็หลบหนีออกจากพื้นที่เรื่อยมา อาศัยไม่เป็นหลักแหล่งทำให้ยากต่อการติดตามจับกุมตัว จนเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนจนทราบว่านายธนาวินฯ หนึ่งในสมาชิกแก๊งชายโฉดหลบหนีมาพักอาศัยบริเวณพื้นที่ อ.ศรีราชา จว.ชลบุรี  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางแผนทำการจับกุมโดยละม่อมได้ในที่สุด จากการซักถามนายธนาวินฯ ยังคงให้การภาคเสธ รับเพียงว่าอยู่ในขณะเกิดเหตุจริงแต่ตนไม่ได้ลงมือข่มขืน อ้างว่าไม่รู้เรื่องเพราะขณะเกิดเหตุตัวเองอยู่ในอาการมึนเมา เมื่อรู้ว่าตนเองถูกดำเนินคดี มีหมายจับติดตัวก็หลบหนีการจับกุมเรื่อยมา

 

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”