กองปราบตามรวบ ไอ้ฤทธิ์ ม่องตารส ยิงคู่อริตายหน้าเซเว่น หนี 14 ปี และพยายามฆ่าอีก 1

กองปราบตามรวบ ไอ้ฤทธิ์ ม่องตารส ยิงคู่อริตายหน้าเซเว่น หนี 14 ปี และพยายามฆ่าอีก 1

          กองปราบตามรวบ ไอ้ฤทธิ์ ม่องตารส ยิงคู่อริตายหน้าเซเว่น หนี 14 ปี และพยายามฆ่าอีก 1 หมายจับ

 

            เหตุเกิดย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2547 นายฤทธิ์รงค์ฯ ผู้ต้องหาพื้นเพคนจังหวัดนครปฐม
แต่ภายหลังได้ย้ายไปประกอบอาชีพเปิดอู่ช่างซ่อมรถยนต์ที่ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี  ต่อมาเกิดเขม่นกับผู้ตายซึ่งเปิดอยู่ซ่อมรถยนต์ในละแวกเดียวกัน  ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาและผู้ตายเคยมีประวัติชกต่อยกันหลายครั้งเวลาเจอหน้ากันตามร้านเหล้าในพื้นที่  ต่อมาวันเวลาเกิดเหตุ นายฤทธิ์รงค์ฯ กับน้องชายไปนั่งดื่มเหล้าที่ร้านอาหารและได้พบกับผู้ตายซึ่งมานั่งดื่มเหล้าร้านเดียวกัน  จึงเกิดการชกต่อยกันภายในร้านอาหารอีกครั้งแต่ได้แยกย้ายกันออกไป  ภายหลังขณะที่นายฤทธิ์รงค์ฯ กับน้องชายขับรถกลับบ้านได้มาเจอผู้ตายมาซื้อของอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อพอดี  จึงได้บอกให้น้องชายหยุดรถแล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายขณะกำลังเดินออกมาจากร้านจนเสียชีวิต  และหลบหนีไป   ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับนายฤทธิ์รงค์ฯ และน้องชาย ข้อหาร่วมกันฆ่าคนตายโดยเจตนา  น้องชายของนายฤทธิ์รงค์ฯ ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว  แต่นายฤทธิ์รงค์ฯ ยังคงลอยนวลและหลบหนีกลับมากบดานอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  ด้วยความที่นายฤทธิ์รงค์ฯ นิสัยเป็นคนใจร้อนและชอบพกพาอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา  ก็ได้มีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนบ้านที่จังหวัดนครปฐมอีกครั้งและครั้งนี้นายฤทธิ์รงค์ฯ สู้ไม่ไหวก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คดี และหลบหนีไปกบดานอยู่บ้านญาติที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ โดยรับจ้างตัดปาล์มอยู่ในพื้นที่จังหวัดเรื่อยมา

          จนกระทั่งวันที่ 1 มิถุนายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.อ่าวลึก ติดตามจับกุมตัวนายฤทธิ์รงค์ฯ ได้ในสวนปาล์ม หมู่ที่ 4 ต.อ่าวลึกเหนือ
อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก สอบถามนายฤทธิ์รงค์ฯ รับสารภาพว่าทั้ง 2 คดี ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุจริงเนื่องจากโดยคู่อริท้าทาย และตนเองเป็นคนใจร้อนชอบพกปืนติดตัว จึงได้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

 

 

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”