กองปราบรวบมิจฉาชีพหลอกเป็นนายหน้าจัดหางานไปต่างประเทศ

กองปราบรวบมิจฉาชีพหลอกเป็นนายหน้าจัดหางานไปต่างประเทศ

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ,พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์, พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ รอง ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก.3 บก.ป. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา

เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ดำเนินการสืบสวน/จับกุม พ.ต.ต.ณัฐดนัย สีแข่ไตร สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ รอง สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ป., ด.ต.สุรศักดิ์ บุญเพ็ง, ด.ต.วิทยา สุทธิปัญโญ, ด.ต.ชโยธรณ์ ทองนาค, ด.ต.มนตรี โสภัย, ด.ต.นมสิทธิ์ วาทโยธา, ด.ต.สังเวียน โอรา, ด.ต.พิชิตณรงค์ คำยศ, ด.ต.ประกาญ   แก้วโพธิ์งาม, ด.ต.หัสดี ชิลนาค, จ.ส.ต.มงคล ชิณภาพ, ส.ต.อ.วีรวัฒน์ จันทร์ไทย, ส.ต.ท.สุพจน์ ยางขัน, ส.ต.ท.ชูศักดิ์ เฟื่องฟู ผบ.หมู่.กก.3 บก.ป.

 

ร่วมกันจับกุมตัว นายกนกชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.26/2563 ลงวันที่ 24 มกราคม 2563 กระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริต หรือโดย หลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”และ หมายจับของศาลแม่สอด ที่ 50/2563 ลงวันที่ 21 เม.ย.2563 โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกง”

 

สืบเนื่องจาก ผู้ต้องหาได้รับจ้างพาคนไปทำงานที่ต่างประเทศ โดยจะจัดหาคนไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยวิธีการหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยผู้ต้องหาจะเรียกรับเงินจากผู้เสียหายที่สนใจไปทำงาน รายละ 60,000 – 70,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการเรื่องเอกสารและการเตรียมข้อมูลในการตอบคำถามเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง โดยในช่วงแรกๆ ผู้ต้องหาสามารถพาคนไปทำงานที่ประเทศเกาหลีได้จริงตามที่แจ้งไว้ แต่ต่อมาประมาณต้นปี 2563 ผู้ต้องหาได้หลอกลวงผู้เสียหายรายอื่น ว่าสามารถพาไปทำงานได้ ซึ่งมีผู้เสียหายสนใจจำนวนมากและพากันเดินทางมาติดต่อตกลงโอนเงินค่าดำเนินการกับผู้ต้องหา แต่หลังจากที่ผู้ต้องหารับเงินจากผู้เสียหายไปแล้ว ผู้ต้องหาได้ขาดการติดต่อกับกลุ่มผู้เสียหายและหลบหนีไป กลุ่มผู้เสียหายจึงไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และ สภ.พบพระ จ.ตาก เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ซึ่งพนักงานสอบสวนแต่ละท้องที่ได้ทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหามาดำเนินคดี

 

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยบริเวณ ห้องเช่าไม่มีชื่อ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบผู้ต้องหาอยู่บริเวณหน้าห้องเช่าดังกล่าว จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้ตรวจสอบและให้อ่านดู ซึ่งผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน จึงได้จับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีราชา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

 

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์

ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด