กองปราบรวบหนุ่มใหญ่อ้างเป็นปลัดอำเภอ สามารถนำบุตรหลานเข้า รร.นายร้อย จปร. เรียกค่าดำเนินการหลายแสน

กองปราบรวบหนุ่มใหญ่อ้างเป็นปลัดอำเภอ สามารถนำบุตรหลานเข้า รร.นายร้อย จปร. เรียกค่าดำเนินการหลายแสน

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม, พ.ต.ท.มนูญ แก้วกำ, พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา และ พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป.

          เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ประกอบด้วย พ.ต.ต.จักรี กันธิยะ สว.กก.4 บก.ป., ร.ต.อ.เกียรติบดินทร์ วงค์งาม, ร.ต.อ.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียรศรณ์, ร.ต.อ.อัคนี ณ บางช้างรอง สว.กก.4 บก.ป. กับพวก

          ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายชีวิน (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ จ.341/2562 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น”

 

          สืบเนื่องจาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บังคับการปราบปราม ว่าถูกนายชีวินฯ ผู้ต้องหาดังกล่าว แอบอ้างว่าตนเป็นปลัดอำเภอสามารถนำหลานของตนเข้า รร.นายร้อย (จปร.) ได้ ซึ่งผู้ต้องหาได้เรียกค่าดำเนินการดังกล่าวเป็นเงินจำนวนกว่า 450,000 บาท ซึ่งทางตนได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาดังกล่าวไว้แล้ว และได้ขอให้ทางกองปราบปรามช่วยติดจับกุมผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          โดยเมื่อประมาณปี 2560 ผู้ต้องหาซึ่งเป็นเพื่อนกับ น.ส.เอ ผู้เสียหาย ได้เข้ามาตีสนิทและอ้างว่าสามารถนำลูกหลานเข้า รร.นายร้อย จปร. ได้ โดยอ้างว่าตนเองทำงานเป็นปลัดอำเภอ และทำงานอยู่ในกระทรวงมหาดไทย รู้จักกับผู้ใหญ่ในที่ทำงาน และเนื่องด้วยผู้ต้องหาแต่งตัวดี มีฐานะ ทำให้ดูน่าเชื่อถือ โดยผู้ต้องหาจะเรียกเงินค่าดำเนินการดังกล่าว ประมาณ 450,000 บาท โดยขณะนั้น น.ส.เอ เห็นเค้กวันเกิดของผู้ต้องหาเขียนว่า “สุขสันต์วันเกิดปลัด” จึงหลงเชื่อว่าผู้ต้องหาสามารถนำลูกหลานเข้าเรียนที่ รร.นายร้อย (จปร.) ได้จริง จึงติดต่อเจรจาเรื่องดังกล่าวกับผู้ต้องหาและโอนเงินให้กับผู้ต้องหาเพื่อให้ช่วยนำหลานของตนเข้าเรียน รร.นายร้อยฯ แต่ต่อมาผู้เสียหายทราบว่าถูกผู้ต้องหาหลอกลวง เพราะไม่สามารถนำหลานของตนเข้าเรียนที่ รร.นายร้อย (จปร.) ได้ จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ให้ดำเนินคดีกับนายชีวินฯ ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ จึงได้ขออนุมัติหมายจับต่อศาลเพื่อนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังทราบอีกว่า มีเพื่อนและผู้เสียหายรายอื่นถูกผู้ต้องหาหลอกลวงในลักษณะเช่นเดียวแบบนี้มาก่อน

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าหลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้หลบหนีคดีมาพักอาศัยอยู่คอนโดย่าน ซ.27 ถ.ลาดพร้าว และจะขับบี่รถยนต์เก๋งสีดำในพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อพบรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว จึงได้ขับติดตาม กระทั่งมาถึงบริเวณถนน พหลโยธินก่อนถึงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สะพานควาย จึงได้เรียกหยุดรถและตรวจสอบ พบว่าคือ นายชีวิน ผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับและทำการจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

          จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

 

          ทางผู้เสียหายจึงฝากเตือนไปยังประชาชนว่าขอให้คดีนี้เป็นคดีเป็นตัวอย่าง อยากให้ทุกท่านใช้ความระมัดระวังกับผู้ที่มาแอบอ้างว่าสามารถนำบุตรหลานเข้าเรียน รร.นายร้อย หรือ ที่ต่างๆได้ เพราะทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าการเข้าเรียนที่สถาบันดังกล่าว ไม่มีการทุจริต หรือแอบอ้างว่าสามารถพาเข้าเรียนได้ จะต้องสอบคัดเลือกเท่านั้น  

 

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์

ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด