กองปราบรวบนักเลงคีย์บอร์ด ท้าดวลทางเฟซบุ๊ก ก่อนควงปืนปากกา มีดปลายแหลม ยิงคู่อริและฟันซ้ำหวิดขาขาด

กองปราบรวบนักเลงคีย์บอร์ด ท้าดวลทางเฟซบุ๊ก ก่อนควงปืนปากกา มีดปลายแหลม ยิงคู่อริและฟันซ้ำหวิดขาขาด

 

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม, พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ, พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา และ พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป.

ชุดจับกุมนำโดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ประกอบด้วย พ.ต.ต.จักรี กันธิยะ สว.กก.4 บก.ป.,           ร.ต.อ.เกียรติบดินทร์ วงค์งาม, ร.ต.อ.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียรศรณ์, ร.ต.อ.อัคนี ณ บางช้างรอง สว.กก.4 บก.ป.       กับพวก

 

ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายประยูร (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนางรอง ที่ จ.60/2562 ลงวันที่ 2 เมษายน 2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพา (อาวุธปืน,อาวุธมีด) ไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันยิงอาวุธปืนในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณโดยไม่มีเหตุอันควร”

 

สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 เวลากลางคืน ขณะที่นายประยูรฯ กับเพื่อนชายอีกประมาณ 5 คน กำลังนั่งดื่มเหล้าขาวจนมึนเมาอยู่ที่บ้านภายในหมู่บ้านโคกลอย ต.ไทยเจริญ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ได้มีนายเอ (นามสมมุติ) กับเพื่อนประมาณ 5-6 คน ที่อยู่ที่หมู่บ้านหนองบัว ต.หนองบัว อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นคู่อริกับนายประยูรฯ และกลุ่มเพื่อนมาก่อน ได้ทักแชทข้อความทางเฟซบุ๊กมาหา นายประยูรฯ กับเพื่อนที่นั่งกินเหล้าขาวกันอยู่ โดยมีข้อความลักษณะหยามศักดิ์ศรีนักเลงหมู่บ้านและท้าทายให้ออกมาชกต่อยกัน เมื่อนายประยูรฯกับกลุ่มเพื่อนได้เห็นข้อความดังกล่าว จึงเกิดความโกรธแค้น ที่มีนักเลงต่างหมู่บ้านทักแชทมาหยามและท้าให้มาชกต่อยกันที่หมู่บ้านหนองบัว นายประยูรฯ กับกลุ่มที่ดื่มเหล้าขาวจนเมาได้ที่ จึงได้ตระเตรียมอาวุธมีดครบมือ โดยหนึ่งในเพื่อนของนายประยูรฯได้นำอาวุธปืนปากกาขนาด .22 ติดตัวไปด้วย จากนั้นได้ขับขี่รถจักยานยนต์ออกไปหมู่บ้านหนองบัวที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร เมื่อนายประยูรฯกับกลุ่มเพื่อนไปถึงหมู่บ้านหนองบัว ได้พบเห็นนายเอ กับกลุ่มเพื่อนนั่งจับกลุ่มกันอยู่ในศาลาริมทาง นายประยูรฯกับกลุ่มเพื่อนจึงได้รีบลงจอดรถจักรยานยนต์แล้วชักอาวุธมีดออกมาวิ่งไล่ฟันนายเอ กับกลุ่มเพื่อนจนต่างคนต่างวิ่งหนีไปคนละทิศทาง แต่หนึ่งในเพื่อนของนายประยูรฯที่พกอาวุธปืนปากกามาด้วย ได้ใช้ปืนปากกายิงนายเอ จนล้มลง กระสุนถูกที่บริเวณลำตัว เมื่อนายประยูรฯและกลุ่มเพื่อนเห็นว่านายเอ ล้มลงแล้ว จึงใช้อาวุธมีดฟันซ้ำไปหลายครั้ง จนทำให้ขาซ้ายของนายเอ เกือบขาดเป็นสองท่อน จากนั้นนายประยูรฯกับกลุ่มเพื่อนจึงได้พากันขับขี่จักรยานยนต์กลับไปยังหมู่บ้านโคกลอยและแยกย้ายกันหลบหนี ทิ้งนายเอ นอนจมกองเลือดอยู่ในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นกลุ่มเพื่อนของนายเอ ได้พานายเอไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน และเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปะคำ และสามารถจับกุมเพื่อนของนายประยูรฯ ที่ใช้อาวุธปืนปากกายิงนายเอ และจับกุมเพื่อนของประยูรฯ ที่ใช้อาวุธมีดฟันนายเอ มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ส่วนนายประยูรฯ ได้หลบหนีคดีมาที่กรุงเทพฯ

 

        ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่านายประยูรฯ ได้หลบหนีคดีมาอยู่ที่ อ.ลาดหลุ่มแก้ว จ.ปทุมธานี จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบสังเกตุการณ์ จนกระทั่งช่วงบ่าย ของวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้เข้าจับกุมตัวนายประยูรฯ ที่บริเวณ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยภายหลังที่นายประยูรฯ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนั้น ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าที่ตนกับเพื่อนได้ก่อเหตุดังกล่าวนั้นเนื่องจากความมึนเมาสุรา ประกอบกับความคึกคะนองของวัยรุ่นเลือดร้อนที่ถูกนักเลงต่างหมู่บ้านแชทมาท้าตีท้าต่อย จึงยอมไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำตัวนายประยูรฯ ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์

ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด