กองปราบรวบ(เบียร์ สามพราน)ผู้ต้องหาคดีฆ่าและจำหน่ายยาเสพติดประวัติโชกโชน

กองปราบรวบ(เบียร์ สามพราน)ผู้ต้องหาคดีฆ่าและจำหน่ายยาเสพติดประวัติโชกโชน

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา รอง ผบก.ป, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง รอง ผกก.5 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป. พร้อมกำลังข้าราชการตำรวจ ชุดปฎิบัติการ 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม

 

ได้ร่วมกันจับกุม นายอัฐพลหรือเบียร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัด สมุทรสาคร ที่ 18/2562 ลงวันที่ 15 มกราคม 2562 ความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” และหมายจับศาลอาญา ที่ 244/2560 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2560 ความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์และเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ

 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2562 เวลาประมาณ 03.00 น.นายอัฐพล(หรือ เบียร์ สามพราน) ผู้ต้องหา ฯ ได้รวมตัวกับเพื่อนในกลุ่มยาเสพติดด้วยกันแข่งรถกับคู่อริแล้วเดิมพันกัน ที่บริเวณถนนเพชรเกษม จังหวัดนครปฐม โดยหลังจากการแข่งรถ กลุ่มของนายอัฐพลฯ แพ้การแข่งขันและเสียเงินพนัน จึงได้เกิดความไม่พอใจกับคู่อริจึงมีการทะเลาะวิวาท ก่อนที่นายอัฐพลฯ จะนำปืนพกขนาด 9 มม.ที่พกติดตัวมา ยิงคู่อริเสียชีวิตคาที่ ก่อนที่จะหลบหนีไป ต่อมาศาลออกหมายจับในคดีฆ่าผู้อื่นฯ แต่ นายอัฐพลฯ ได้หลบหนีออกจากพื้นที่ ไม่ทราบว่าหลบหนีไปที่ใด

         จนกระทั่งวันที่ 3 พ.ค.2563 ชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. ได้สืบทราบว่านายอัฐพล ฯ (ผู้ต้องหา) ได้ไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม จึงได้เข้าทำการสืบสวนและเข้าทำการจับกุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจากการตรวจสอบของชุดสืบสวนจึงได้ทราบว่า นายอัฐพลฯ ยังมีหมายจับของ กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ในข้อหา“ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์และเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ”อีก1หมายอีกด้วย

 

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์

ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด