กองปราบตามรวบจับสาวแสบ หลอกพาคนไปทำงานต่างประเทศ ผู้เสียหายนับไม่ถ้วน พบประวัติก่อเหตุโชกโชน!!!

กองปราบตามรวบจับสาวแสบ หลอกพาคนไปทำงานต่างประเทศ ผู้เสียหายนับไม่ถ้วน พบประวัติก่อเหตุโชกโชน!!!

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม, พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล, พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์, พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก.3 บก.ป. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา

            เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ดำเนินการสืบสวน/จับกุม พ.ต.ต.กิตติภพ ทองเพชร สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.หญิง สุกัญญา กุดาศรี รอง สว.กก.3 บก.ป., ส.ต.อ.เอกชัย นามบุตร, ส.ต.อ.พิทักษ์ มณีรัตน์, ส.ต.ท.รณยุทธ ลีโพนทอง ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป, ส.ต.ท.เทพพิทักษ์ ไชยธงรัตน์ ผบ.หมู่ กก.ปพ.ภ.9

            ได้ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.สมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 270/2562 ลง 7 พ.ย.62 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกง และหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ โดยการหลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง”

 

          สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ดำเนินการตรวจสอบ ติดตามจับกุม ผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนในรูบแบบต่างๆ ในสภาวะที่สังคมกำลังประสบปัญหาทางเศษฐกิจ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์ลักษณะเช่นนี้ไปก่อเหตุซ้ำ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ปฏิบัติการสืบสวนติดตาม น.ส.สมชายฯ ผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์หลอกลวงพาคนไปทำงานต่างประเทศ โดยจากการสืบสวนติดตามผู้ต้องหารายนี้จะหลบหนีการติดตามจับกุม โดยพักอาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง มีการเช่าเปิดห้องพัก อีกทั้งผู้ต้องหารายนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์อยู่ตลอด เพื่อให้ยากต่อการติดตามจับกุม

          จนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 เม.ย.63 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สืบทราบว่า น.ส.สมชายฯ ผู้ต้องหารายนี้ได้แอบมาเปิดเช่าห้องพักที่คอนโดแห่งหนึ่ง จึงได้วางแผนโดยวางกำลังดักซุ่มอยู่บริเวณดังกล่าว เมื่อพบผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เข้าแสดงตัวและแสดงหมายจับให้ น.ส.สมชายฯ อ่านดูจนเป็นที่เข้าใจดีแล้ว และรับว่าตนเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับฉบับดังกล่าวมาก่อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ สภ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

            สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาให้การว่า เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน โดยมีผู้เสียหายถูกหลอกลวงประมาณ 80 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 5-6 ล้านบาท และเนื่องจากตนเองเคยไปทำงานต่างประเทศมาก่อน หลังกลับมา จึงยึดอาชีพแนะนำหาคนงาน ส่งไปต่างประเทศ สวีเดน เดนหมาก เกาหลี อังกฤษ โดยแนะนำให้ติดต่อมาที่ตนเอง เมื่อมีผู้หลงเชื่อก็จะให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของตนเอง 50,000 บาท เพื่อจะนำไปใช้ในการทำ work permit และ visa ในการไปทำงาน แต่เมื่อได้เงินแล้ว ผู้ต้องหาไม่สามารถออกใบอนุญาตทำงานให้ผู้เสียหายได้ และไม่ยอมคืนเงินให้ เมื่อถูกทวงถามก็จะบ่ายเบี่ยง ปัดเลื่อน อ้างว่ายังไม่ได้เงินคืนจากบุคคลที่ตัวเองนำไปให้เขาดำเนินการ จากนั้นก็จะหลบหนีโดยการเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์และเปลี่ยนที่อยู่ใหม่

          จากพฤติการณ์การกระทำของผู้ต้องหารายนี้ พบว่า มีผู้เสียหายใน จ.เชียงใหม่ จ.นครสวรรค์ จ.กำแพงเพชร จ.หนองคาย จ.อุดรธานี จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ ที่ตกเป็นเหยื่อ โดยหลังจากที่มีการขออนุมัติออกหมายจับแล้ว พบว่ามีผู้เสียหายที่ทราบข่าวการถูกจับกุม ได้เดินทางมาร้องทุกข์เพิ่มเติมจำนวนมาก

           

จากการตรวจสอบพบมีหมายจับติดตัวอีกหลายคดี ดังนี้

พ.ศ.2562 ก่อเหตุที่ สภ.ลำปลายมาศ ตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ จ.22/2563 ลง 20 ก.พ.63 ข้อหา “หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง และฉ้อโกง” (ต้องการตัว)

พ.ศ.2562 ก่อเหตุที่ สภ.ลำปลายมาศ ตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ จ.23/2563 ลง 20 ก.พ.63 ข้อหา “หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง และฉ้อโกง” (ต้องการตัว)

           

 

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์

ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด