“กองปราบรวบคนร้ายหนีคดีพรากเด็ก นานกว่า 6 ปี”

“กองปราบรวบคนร้ายหนีคดีพรากเด็ก นานกว่า 6 ปี”

กองบังคับการปราบปราม โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา รอง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5 บก.ป.,

          เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.ณัฐวุฒิ มงคลการ สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.รุ่งคุณ จันทโชติ, ร.ต.ต.กรมธนา บุญชัยวัฒนา รอง สว.กก.5 บก.ป., ด.ต.ภิษณุร์ ผาหัวดง, ด.ต.พิษณุ หนูนุรัตน์, ด.ต.ยศพัทธ์ บุญหอม, จ.ส.ต.ปณิธาร ชัยชาญรัมย์, ส.ต.อ.นัฐพงษ์ พลประถม, ส.ต.ท.เดนีส นีบัวห์ร ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป.

ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายไมตรี หรือนุ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 445/2557 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2557 ซึ่งกระทำผิดฐาน “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจารและพาเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม”

สืบเนื่องจาก ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รู้จักกับผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็ก อายุ 13 ปี ผ่านทางเฟสบุ๊ค โดยได้พูดคุยกันเรื่อยมาและนัดหมายมาพบที่จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อมาประมาณเดือนกรกฎาคม 2557 ผู้ต้องหาให้ผู้เสียหายมาหาที่บ้านของตน ที่อำเมืองเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี โดยผู้เสียหายหลงเชื่อจึงเดินทางจากจังหวัดกาญจนบุรีมาหาผู้ต้องหา และได้มาพักอาศัยอยู่กับผู้ต้องหานานกว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งต่อมาพ่อแม่ของผู้เสียหายได้ตามหาที่บ้านของผู้ต้องหาและพบว่าลูกสาวของตนอยู่บ้านของผู้ต้องหา จึงเป็นเหตุให้ฝ่ายหญิงและครอบครัวได้รับความเสียหาย ภายหลังผู้ต้องหาเกรงกลัวความผิดจึงได้หลบหนีคดี พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสุพรรณบุรี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อขอออกหมายจับผู้ต้องหา

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีคดีกว่า 6 ปี มาพักอาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จึงได้ออกสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ พบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานอยู่กับภรรยา จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากการสอบถามผู้ต้องหารับว่าได้นัดหมายผู้เสียหายมาพักอาศัยอยู่ด้วยกันจริง และภายหลังทราบว่าพ่อแม่ของผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน จึงเกรงกลัวความผิดและหลบหนีคดีเรื่อยมา ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว

 

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์

ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด