“กองปราบรวบ ชายชาวต่างประเทศ ยักยอกเงินลงทุนซื้อเหล็กจำนวนหลายล้านบาท”

“กองปราบรวบ ชายชาวต่างประเทศ ยักยอกเงินลงทุนซื้อเหล็กจำนวนหลายล้านบาท”

                                                                                  

          กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.๑ บก.ป., พ.ต.ท.พิเชฐ จันทร์ขำ, พ.ต.ท.ศราวุธ จันต๊ะวงค์, พ.ต.ท.ภัทรพล ปัทมวงศ์, พ.ต.ท.อลงกต คชแก้ว, พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ รอง ผกก.1 บก.ป.

          เจ้าพนักงานชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.กฤษณะ เชิงยุทธ์ สว.กก.สนับสนุน ปรท.สว.กก.1 บก.ป., ว่าที่ ร.ต.อ.ธีรพงศ์ ตาบัวตูม รรท.รอง สว.(สอบสวน) กก.2 ปรก.รอง สว.กก.๑ บก.ป., ร.ต.ท.รัฐชิน เจริญรัมย์ รรท.รอง สว.กก.1 บก.ป., ด.ต.จิรภัทร ยิ่งยง, ส.ต.อ.เดชฤทธิ์ สงวนพรรค, ส.ต.อ.อำนาจ กลิ่นขจร, ส.ต.อ.ไตรภพ จันทนุปาน, ส.ต.อ.จิรายุ สิงห์ป้อง, ส.ต.อ.นคร สาครสุคนธ์, ส.ต.ท.หัสนัย สาธรสุทธิ์, ส.ต.ท.ณัฐชนน คนชม, ส.ต.ท.กิตติพงษ์ พ่วงแม่กลอง, ส.ต.ท.ฐิติพล ศรีเมืองช้าง ผบ.หมู่ กก.1 บก.ป. และ ส.ต.ท.อธิวัฒน์ ทานะเวช ผบ.หมู่ กก.สนับสนุน บก.ป.

 

          ได้ทำการจับกุมตัว Mr.Ricky Hartono Widjaj (นายริกกี้ ฮาโตโน วิดจาจา) อายุ 72 ปี ชาวอินโดนีเซีย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ยักยอกทรัพย์” ตามหมายจับศาลแขวงดอนเมืองที่ 68/2563 ลงวันที่ 13 เมษายน 2563

 

          สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2562 ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดําเนินคดี กับนายริกกี้ ฮาโตโน วิจาย่า (MR.RICKY HARTONO WIDAJAJA) ชายชาวอินโดนีเซีย ผู้ต้องหา ในความผิดฐานยักยอก กล่าวคือเมื่อวัน 25 พ.ย.2562 ผู้ต้องหาได้ชักชวนผู้เสียหายให้มาลงทุน ซื้อเหล็กจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งผู้เสียหายได้มอบเงิน จำนวนทั้งสิ้นกว่า 10,000,000 บาท ให้ นายริกกี้ฯ นําเงินดังกล่าวไปแลกเป็นเงินยูโร (สกุลเงินต่างประเทศ) เพื่อนํามาลงทุนซื้อเหล็กในประเทศมาเลเซีย โดยผู้เสียหายและนายริกกี้ฯ ได้เดินทางไปซื้อเหล็กที่ประเทศมาเลเซียด้วยกัน พร้อมกับนำเงินจำนวนดังกล่าวไปด้วย แต่ทางโรงงานที่มาเลเซียแจ้งว่าขายเหล็กไปแล้ว จึงทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถซื้อเหล็กที่โรงงานได้ จึงเดินทางกลับมายังประเทศไทย เมื่อกลับมาถึงประเทศไทยผู้เสียหายได้ ส่งมอบเงิน ให้นายริกกี้ฯ เพื่อนําไปแลกเป็นเงินบาท แล้วโอนเงินคืนให้กับผู้เสียหาย แต่นายริกกี้ฯ ได้โอนเงินคืนให้ผู้เสียหายเพียง 150,000 ยูโร หรือประมาณ 5,012,500 บาทเท่านั้น โดยนายริกกี้ฯ อ้างว่าอัตราแลกเปลี่ยนไม่ดี จึงแลกเพียงเท่านี้ หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงได้บอกให้นายริกกี้ฯ นําเงินส่วนที่เหลือจำนวน 235,000 ยูโร (ประมาณ 4,200,000 บาท ) แลกเป็นเงินบาทแล้วโอนคืนให้กับผู้เสียหายทั้งหมด ซึ่งนายริกกี้ฯ แจ้งว่าจะโอนคืนให้ภายในวันที่ 13 ธ.ค.2562 แต่เมื่อถึงวันดังกล่าว นายริกกี้ฯ ไม่นําเงินไปแลก และไม่โอนเงินคืนให้ผู้เสียหาย หลังจากนั้นผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อนายริกกี้ฯ ได้อีก จึงเชื่อว่านายริกกี้ฯ มีเจตนายักยอกเงิน จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดําเนินคดีกับนายริกกี้ฯ

 

          ต่อมา ผู้เสียหายได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปราม ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนหาเบาะแสของผู้ต้องหาในคดีนี้ เนื่องจากเป็นคดีที่ก่อความเสียหายต่อทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก จนกระทั่ง วันที่ 18 เมษายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบว่า นายริกกี้ฯ อยู่บริเวณ ลานจอดรถ ย่าน ถนน รัชดา-รามอินทรา หน้าบ้าน แขวง คันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร จึงได้เข้าไปตรวจสอบ พบผู้ต้องหาอยู่บริเวณดังกล่าว จึงได้แสดงตัวและแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาอ่านดูจนเป็นที่พอใจ และนำตัวนายริกกี้ฯ ส่งพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

           

            ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพข้อกล่าวหา   

 

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์

ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด