กองปราบรวบ แม่ค้าออนไลน์หนีคดีฉ้อโกง ฉวยโอกาสโควิด 19 หลอกขายหน้ากากอนามัย ตรวจสอบพบคนในบ้านร่วมกันเสพยา

กองปราบรวบ แม่ค้าออนไลน์หนีคดีฉ้อโกง ฉวยโอกาสโควิด 19 หลอกขายหน้ากากอนามัย ตรวจสอบพบคนในบ้านร่วมกันเสพยา

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ  ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.มีชัย  กำเนิดพรม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.มนตรี  เทศขัน รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ  ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.วิวัฒน์  จิตโสภากุล ,พ.ต.ท.สิงห์ชัย  ฐานไชยสิทธิ์, พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ  ศรีจันทร์, พ.ต.ท.สุริยศักดิ์  จิราวัสน์ รอง ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก. 4 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก. 3 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.ณัฐดนัย สีแข่ไตร สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ รอง  สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.อาธิรัตน์  ทิพย์เจริญ รอง สว.(สอบสวน)กก.3 บก.ป., ด.ต.สุรศักดิ์ บุญเพ็ง, ด.ต.วิทยา สุทธิปัญโญ, ด.ต.ชโยธรณ์ ทองนาค, ด.ต.มนตรี  โสภัย, ด.ต.นมสิทธิ์  วาทโยธา, ด.ต.สังเวียน  โอรา, ด.ต.พิชิตณรงค์  คำยศ, ด.ต.ประกาญ  แก้วโพธิ์งาม, ด.ต.หัสดี  ชิลนาค, จ.ส.ต.มงคล  ชิณภาพ, ส.ต.อ.วีรวัฒน์  จันทร์ไทย, ส.ต.ท.สุพจน์  ยางขัน, ส.ต.ท.ชูศักดิ์  เฟื่องฟู ผบ.หมู่.กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.สายธารา (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลแขวงเชียงใหม่ ที่ จ.71/2563 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2563 ความผิดฐาน “ฉ้อโกง”

สืบเนื่องจาก ช่วงประมาณปลายปี 2562  น.ส.กชพร (สงวนนามสกุล) ผู้เสียหายได้ติดต่อกับ น.ส.สายธารา (ผู้ต้องหา) ผ่านช่องทางไลน์ชื่อว่า “5 เปรี้ยว โกงเงิน” เพื่อซื้อเสื้อจำนวนหลายรายการ โดยตกลงซื้อขายเป็นเงินจำนวน 2,250 บาท  ต่อมา น.ส.กชพรฯ จึงได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวไปยังบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา แต่ภายหลังจากที่โอนเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว น.ส.สายธาราฯ ไม่ได้จัดส่งสินค้าให้กับผู้เสียหายและพูดจาบ่ายเบี่ยงมาตลอด จนกระทั่งผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อกับผู้ต้องหาได้อีก จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.หางดง และพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุญาตศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาในเวลาต่อมา

จากการสืบสวนทราบว่า ต่อมาผู้ต้องหาได้อาศัยโอกาสในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ประกาศหลอกขายหน้ากากอนามัย ผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ “Sour Zuz”  โดยถ่ายภาพว่าตนเองมีหน้ากากอนามัยเป็นจำนวนมาก ขายในราคากล่องละ 550 บาท และได้มี น.ส.พรทวีฯ (สงวนนามสกุล) ผู้เสียหายหลงเชื่อและซื้อหน้ากากอนามัย จำนวน 50 กล่อง ในราคา 29,500 บาท กับผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาให้ น.ส.พรทวีฯ โอนเงินมัดจำค่าสินค้าจำนวน 13,750 บาท ให้กับผู้ต้องหาก่อน แต่ภายหลังจากที่โอนเงินจำนวนดังกล่าวไปแล้ว น.ส.พรทวีฯ ได้ติดต่อทวงถามถึงหน้ากากอนามัย กลับได้รับการบ่ายเบี่ยง ผู้ต้องหาไม่ยอมส่งหน้ากากอนามัยให้ และไม่โอนเงินคืนให้กับผู้เสียหาย    

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่า น.ส.สายธาราฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลแขวงเชียงใหม่ ที่ จ.71/2563 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2563 ความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่ บ้านเลขที่ 144 ถนนนครลุง แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพฯ และทราบว่า น.ส.สายธาราฯ ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ในการกระทำผิดเกี่ยวกับการหลอกขายของทางออนไลน์ ทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อ และได้รับความเสียหายจากการกระทำของผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก และเนื่องด้วยผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกขายหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นการซ้ำเติมสังคมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ๑๙ ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งการให้เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาให้ได้โดยเร็ว

จนกระทั่ง วันที่ 3 เมษายน 2563 เวลาประมาณ 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ที่ผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่ เมื่อไปถึงบ้านดังกล่าว พบนายอำนาจฯ แสดงตัวเป็นผู้ครอบครองบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนพร้อมแสดงหมายค้นให้กับนายอำนาจฯ ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงเข้าทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ น.ส.สายธาราฯ ผู้ต้องหาอยู่บริเวณห้องนอนชั้น 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาตรวจสอบและให้อ่านดูจนเป็นที่พอใจ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หางดง จว.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป