“กองบังคับการปราบปรามจับกุมผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง 13 หมายจับ หลอกลวงผู้เสียหายจำนวนรายหลาย”

“กองบังคับการปราบปรามจับกุมผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง 13 หมายจับ หลอกลวงผู้เสียหายจำนวนรายหลาย”

กองบังคับการปราบปรามได้ร่วมกันจับกุมตัวคือ น.ส.จำปี (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี โดยจับกุมตามหมายจับ จำนวน 13 หมาย ดังนี้ 1. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 64/2558 ลงวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น”

๒. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 66/2558 ลงวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๓. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 69/2558 ลงวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๔. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 70/2558 ลงวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๕. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 71/2558 ลงวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๖. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 74/2558 ลงวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๗. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 75/2558 ลงวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๘. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 95/2558 ลงวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

๙. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 97/2558 ลงวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น”

๑๐. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 99/25589 ลงวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น”

๑๑. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 101/2558 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงผู้อื่น”

๑๒. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 102/2558 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงผู้อื่น”

๑๓. ศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 103/2558 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงผู้อื่น”

            สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณปี 2558 น.ส.จำปีฯ ผู้ต้องหาได้หลอกลวงชักชวนให้ผู้เสียหายหลายรายร่วมลงทุนการค้าปุ๋ยเคมี โดยมีเงื่อนไขว่า หากลงทุนสูง จะได้ผลตอบแทนสูง ซึ่งนายไกรสวัสดิ์ (สงวนนามสกุล) ผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้นำเงินไปลงทุนกับผู้ต้องหาจำนวน 5 แสนบาท ช่วงแรกได้ผลตอบแทนเดือนละ 1 หมื่นบาทจริง แต่ช่วงหลังไม่ได้เงินตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ ต่อมาทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่า สามีของนางจำปีฯได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นางจำปีฯ หายตัวไป โดยสามีของนางจำปีฯ เกรงว่านางจำปีฯจะถูกลักพาตัวหรือถูกอุ้ม เนื่องจากขบวนการค้าปุ๋ยเคมีที่มีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ ที่นางจำปีฯทำงานเป็นนายหน้าให้ เมื่อทราบดังนั้นทางผู้เสียหายจึงรวมตัวเข้าพบพนักงานสอบสวนและแจ้งความดำเนินคดี โดยมีผู้เสียหายจำนวนกว่า 50 ราย มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท

 

จนกระทั่ง วันที่ 24 มี.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 กองบังคับการปราบปราม สืบสวนจนทราบว่า น.ส.จำปีฯ ได้มาทำงานอยู่ที่ บริษัทแห่งหนึ่งใน ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงพบ น.ส.จำปีฯ เดินอยู่ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้จับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนนาแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในชั้นจับกุม น.ส.จำปีฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และจากการสอบถามเบื้องต้นเหตุที่ น.ส.จำปีฯ ออกมาจากบ้าน เนื่องจากไม่มีเงินไปชดใช้ให้ผู้เสียหายที่ตนเองเคยหลอกลวงไว้ จึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านเอง ไม่ได้มีการลักพาตัวแต่อย่างใด

 

**หากมีผู้เสียหายท่านใดได้รับความเสียหาย สามารถติดต่อมายังกองบังคับการปราบปรามหรือ                            
สถานีตำรวจโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อไป**

 

 

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์

ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด