กองปราบรวบสาว 18 มงกุฏ เจ้าแม่แชร์ หลอกผู้เสียหายจำนวนหลายราย

กองปราบรวบสาว 18 มงกุฏ เจ้าแม่แชร์ หลอกผู้เสียหายจำนวนหลายราย

กองบังคับการปราบปรามได้ร่วมกันจับกุมตัว นางสาว สุพิชญา (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ 199/2563 ลง 19 มี.ค.63 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

           

 

            สืบเนื่องจาก น.ส.สุพิชญาฯ ผู้ต้องหา เคยเล่นแชร์เป็นลูกแชร์ในกลุ่มแชร์ออนไลน์ต่างๆ ต่อมาได้ผันตัวมาเป็นท้าวแชร์ตั้งกลุ่มแชร์ชื่อ “ซ้อบี” และชักชวนคนในกลุ่มไลน์เดิม และคนที่สนใจใหม่เข้ามาลงทุน โดยจะได้ค่าตอบแทนรอบ 7 วัน ร้อยละ 35% รับเงินปันผลทันที เช่น ลงทุน 100,000 บาท ทุกๆ 7 วันจะได้รับเงินปันผล 35,000 บาท ซึ่งผู้ต้องหาจะสร้างความน่าเชื่อถือ โดยตั้งกลุ่ม VIP เฉพาะผู้บริหารโดยอ้างว่ามีนักธุรกิจ นักการเมือง อยู่ในกลุ่มนั้น แล้วมีการพูดคุยถึงการระดมทุนต่างๆ และรายรับต่าง ๆ แล้วก็มีการแคปภาพมาส่งในกลุ่มแชร์ชื่อ “ซ้อบี” ให้ลูกแชร์ดู โดยในกลุ่มแชร์ชื่อ “ซ้อบี” มีสมาชิกประมาณหลักร้อย จากนั้นผู้ต้องหาจะมาแบ่งเป็นวงย่อยๆ อีกหลายสิบกลุ่มซึ่งจะแบ่งตามจำนวนเงินลงทุน โดยตั้งวงแชร์มาประมาณ 1 ปีเศษ ระยะแรกลูกแชร์ที่เปียได้ ก็ได้รับเงินตรงตามจำนวน ทำให้มีผู้หลงเชื่อนำเงินมาลงทุนจำนวนมาก ต่อมาระยะหลังเมื่อมีผู้ร่วมลงทุนมากขึ้น ทุนสูงขึ้น ทำให้ไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทนได้ทัน ผู้ต้องหาจึงไม่ตอบไลน์ ไม่รับโทรศัพท์ ผู้เสียหายจึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.อุดมสุข และทราบว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากยังไม่ได้เข้าแจ้งความ

 

            ต่อมาวันที่ 22 มี.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้สืบสวนจนทราบว่า น.ส.สุพิชญาฯ ผู้ต้องตามหมายจับได้ปรากฏตัวในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จึงลงพื้นที่ไปสืบสวนจับกุม พบ น.ส.สุพิชญาฯ ซึ่งกำลังทำธุรกรรมการเงิน อยู่ภายในบริเวณศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง สาขาพัทยาเหนือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี จึงได้ดำเนินการจับกุมตัว โดยผู้ต้องหาให้การว่าตนเองเช่าบ้านพักอยู่ที่ หมู่ ๗ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เชื่อว่ายังมีทรัพย์สินที่มีไว้ได้มาจากการกระทำความผิด ซุกซ่อนในบ้านหลังดังกล่าว จึงได้เข้าไปตรวจค้น และได้ตรวจยึดโน้ตบุ๊ค, ไอแพด, โทรศัพท์มือถือ, สมุดบัญชีเงินฝากหลายบัญชี, บัตรเอทีเอ็ม, สำเนาใบฝากชำระเงิน และ รถยนต์ยี่ห้อมาสด้า 2 (ป้ายแดง) มาเพื่อตรวจสอบ และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป       

 

            สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การเพิ่มเติมว่า รถยนต์ยี่ห้อมาสด้า 2 ที่ใช้อยู่ไม่ใช่ของตน แต่เป็นของเพื่อน และผู้ต้องหายอมรับว่าได้โอนเงินจำนวน 620,000 บาท เพื่อมาจ่ายค่ารถคันดังกล่าวให้แก่เพื่อน ซึ่งเป็นเงินที่ได้มาจากการฉ้อโกงประชาชนจริง และอ้างว่าบางส่วนได้มาจากการขายเจลแอลกอล์ฮอล์ล้างมือให้กับลูกค้าทางอินเตอร์เน็ต

 

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์

ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด