กองปราบตามรวบผู้รับเหมาหื่นพยายามข่มขืนลูกน้องในแคมป์

กองปราบตามรวบผู้รับเหมาหื่นพยายามข่มขืนลูกน้องในแคมป์

กองบังคับการปราบปรามร่วมกันจับกุม นายสายชล (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.287 / 2549 ลงวันที่ 24  เดือนมีนาคม พ.ศ.2549 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “บุกรุกเคหสถานผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรในเวลากลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้ายและกระทำอนาจาร แก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย”

          สืบเนื่องจาก เมื่อปี 2549 นายสายชลฯ ผู้ต้องหา ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ จ.นครปฐม ซึ่งในแคมป์คนงานก่อสร้างของนายสายชลฯ จะมีที่พักของนายสายชลฯ และลูกน้องปลูกอยู่ติดๆกัน ซึ่งตามปกติหลังเลิกงานนายสายชลฯ มักจะพาลูกน้องไปดื่มกินที่ร้านอาหารอยู่ประจำ ต่อมาได้มี น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหายมารับจ้างทำงานเป็นคนงานก่อสร้างที่แคมป์ดังกล่าว โดยพักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ซึ่งห้องพักของผู้เสียหายติดอยู่กับห้องพักของนายสายชลฯ โดยนายสายชลฯได้แอบชอบผู้เสียหาย แต่เนื่องจากผู้เสียหายทราบว่านายสายชลฯ มีครอบครัวอยู่แล้วจึงไม่สนใจ

            ต่อมาวันที่ 17 มี.ค.49 ขณะที่ น.ส.เอ อยู่บ้านเพียงลำพัง เนื่องจากพ่อแม่ น.ส.เอ ไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด นายสายชลฯ ซึ่งเดินทางกลับมาจากดื่มกินที่ร้านคาราโอเกะ ได้มาเคาะประตูเรียก น.ส.เอ บอกว่ามีธุระจะคุยด้วย เมื่อ น.ส.เอ เปิดประตู นายสายชลฯ จึงใช้กำลังผลักประตูเข้าไปปลุกปล้ำ น.ส.เอ ในห้องพัก แต่ น.ส.เอ ได้ตะโกนร้องให้คนช่วย นายสายชลฯจึงได้วิ่งหนีออกจากแคมป์คนงานไป ต่อมาเมื่อพ่อแม่ น.ส.เอ กลับมาและทราบเรื่องดังกล่าว จึงได้พาน.ส.เอ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม  เมื่อนายสายชลฯ ทราบว่าถูก น.ส.เอ แจ้งความดำเนินคดี จึงพยายามขอไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหาย แต่น.ส.เอ และครอบครัวยืนยันจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด นายสายชลฯ จึงหลบหนีมาโดยตลอด 

          จนกระทั่งวันที่ 25 ก.พ.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบสวนทราบว่านายสายชลฯ หลบหนีมาเป็นผู้รับเหมาในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และพักอาศัยบริเวณ อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายสายชลฯ ขับรถออกมาจากบ้านพักพอดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวและแสดงหมายจับให้นายสายชลฯ ดูและให้อ่านจนเข้าใจดี และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา