รวบหนุ่มอ้างสนิทรองนายก หลอกสาวเข้าทํางานเป็นหน้าห้องรัฐมนตรี สูญเงินเกือบแสน

รวบหนุ่มอ้างสนิทรองนายก หลอกสาวเข้าทํางานเป็นหน้าห้องรัฐมนตรี สูญเงินเกือบแสน

กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอํานวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.มีชัย กําเนิดพรม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.๓ บก.ป., พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์, พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์, พ.ต.ท.พงศกร ตันอารีย์, พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.๓ บก.ป., พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง ปฏิบัติราชการ รอง ผกก.๓ บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นําโดย พ.ต.ต.พิชญา ทวิชศรี สว.กก.๓ บก.ป., ร.ต.อ.วีรศักดิ์ เผือกพันธ์ รอง สว.กก.๓ บก.ป., ด.ต.ธีระเดช เขียวงาม, ด.ต.ประชา คํามุล, จ.ส.ต.ชัยนาท ลําภา, ส.ต.อ.กรกช พนานุสรณ์, ส.ต.อ.ธนพล บัวศรี ผบ.หมู่ กก.๓ บก.ป.

ร่วมกันจับกุม นายพงษ์ระวี (สงวนนามสกุล) อายุ ๓๕ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จํานวน ๒ หมาย ดังนี้

๑. หมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ จ.๖๕๗/๒๕๖๓ ลง ๒๕ พ.ย. ๖๓ ฐานกระทําความผิด “โดยทุจริต หรือหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและฉ้อโกง”

๒. หมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.๔๔๔/๒๕๖๓ ลง ๑ มิ.ย. ๖๓ ฐานกระทําความผิด “ฉ้อโกง”

สถานที่จับกุม บริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จว.นครปฐม

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕ กองปราบปรามได้รับหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ ๒๙ ปี ให้ช่วยเร่งรัดติดตามตัวนายพงษ์ระวีฯ (ผู้ต้องหา) ที่ได้หลอกเรียกค่าดําเนินการ อ้างว่าสามารถพาเข้าทํางานเป็นหน้าห้องรัฐมนตรีได้ โดยพฤติการณ์ในการก่อเหตุคือ ผู้ต้องหาจะอ้างว่าสามารถช่วยให้เข้าทํางานในทําเนียบรัฐบาลได้ โดยอ้างว่าตนเป็นคณะทํางานของรองนายก รัฐมนตรี ทํางานอยู่ในทําเนียบรัฐบาล มีโควตางานเปิดรับเฉพาะภายใน คือตําแหน่งเลขานุการหน้าห้องรัฐมนตรี ๒ ตําแหน่ง หากสนใจให้จ่ายค่าดําเนินการต่างๆ โดยอ้างว่าเป็นค่ากระเช้า ซึ่งนอกจากนี้ยังมีการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยการโพสต์ภาพนั่งในห้องทํางานของอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจําสำนักนายกรัฐมนตรี และโพสต์ภาพสวมใส่เสื้อคล้ายตํารวจ จนผู้เสียหายหลงเชื่อยอมโอนเงินไปให้ ซึ่งภายหลังเมื่อถึงกําหนดการเข้าทํางาน ผู้เสียหายกลับถูกเลื่อนมาโดยตลอด

น.ส.เอ หนึ่งในผู้เสียหายเปิดเผยว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ได้มีน้องผู้เสียหายอีกคนแนะนําให้ตนเองรู้จักผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาได้ทําทีตีสนิทอ้างว่าจะพาพวกตนเข้าทํางานที่ทําเนียบรัฐบาล ในตําแหน่งเลขานุการหน้าห้องรัฐมนตรี โดยให้จ่ายเป็นเงินค่ากระเช้า ซึ่งภายหลังจ่ายเงินไปแล้ว ตนกลับถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา อ้างว่ามีสถานการณ์โควิด-๑๙ ระบาด คณะกรรมการเลื่อนการอบรมบ้าง จนท้ายที่สุดก็ไม่สามารถเข้าไปทํางานตามที่ตกลงไว้ได้ ซึ่งจากกรณีนี้มีผู้เสียหายจํานวนกว่า ๓ คน ที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินรวมจํานวนสองแสนกว่าบาท

หลังจากรับเรื่อง พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.๓ บก.ป. ได้ทําการตรวจสอบภาพเอกสารดังกล่าวแล้ว เห็นว่าเป็นเรื่องการแอบอ้างข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทําให้ประชาชนได้รับความเสียหาย จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.พิชญา ทวิชศรี สว.กก.๓ บก.ป. เร่งสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยได้มีการประสาน สภ.เมืองอุบลราชธานี ในท้องที่เกิดเหตุทราบว่า คดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างขั้นตอนการออกหมายเรียก และหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ทําการตรวจสอบประวัติคดีอาญา พบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงเหยื่อหลายรูปแบบ และมีหมายจับติดตัว จํานวน ๒ หมาย โดยมีพฤติการณ์ก่อเหตุหลอกลวงประชาชน โดยอ้างว่าตนเองขาย โทรศัพท์ไอโฟน และสามารถหาโทรศัพท์ไอโฟนได้ตามออเดอร์ในราคาเครื่องละ ๘,๐๐๐ บาท จนสุดท้าย เหยื่อหลงเชื่อหลายราย หลอกซื้อไปกว่า ๒๕ เครื่อง เสียหายกว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท และไม่ได้รับสินค้าแต่อย่างใด ซึ่งจากพฤติการณ์ดังกล่าว ทําให้เห็นว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนมาโดยตลอด ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทําจนเกิดเป็นอาจิณ ฝ่ายสืบสวนเกรงว่าหากปล่อยผู้ต้องหาจะก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนรําคาญกับเหยื่อรายใหม่อีก จึงเร่งดําเนินการติดตามตัว

ภายหลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนแกะรอยผู้ต้องหารายนี้ ทราบว่า ได้หลบหนีการจับกุมมากบดานในพื้นที่ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน เจ้าหน้าที่จึงนํากําลังลงพื้นที่ โดยพบตัวผู้ต้องหากําลังเดินอยู่หน้าบ้านพักย่านพุทธ มณฑลสาย ๔ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จว.นครปฐม จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เข้าทําการจับกุมได้ตามกฎหมาย และนําตัวส่ง พงส.สน.หัวหมาก ดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคําให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น “รับสารภาพว่าชักชวนให้ผู้เสียหายเข้าทํางานในทําเนียบรัฐบาลจริง”

เตือนภัย ตํารวจสอบสวนกลางขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนให้ทราบว่า ในการเข้ารับราชการหรือเข้าเป็นพนักงานในส่วนของราชการนั้น จะต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาตามระเบียบและความเหมาะสม หากท่านพบพฤติการณ์ในลักษณะข้างต้น โปรดอย่าหลงเชื่อขบวนการในลักษณะนี้ ให้ติดต่อสอบถามหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องโดยตรงเพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ