รวบหนุ่มใหญ่เครือข่ายตุ๋นเหยื่อทำงานต่างแดน ความเสียหายรวมกว่าล้านบาท

รวบหนุ่มใหญ่เครือข่ายตุ๋นเหยื่อทำงานต่างแดน ความเสียหายรวมกว่าล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์
เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.๑ บก.ป., พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ, พ.ต.ท.อลงกต คชแก้ว, พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์, พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ, พ.ต.ท.ธนศักดิ์ สว่างศรี รอง ผกก.๑ บก.ป.,

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์ สว.กก.๑ บก.ป., ร.ต.อ.อิทธิพล อ่ำมาก, ร.ต.อ.ธนบดี ดวงจิตต์ รอง สว.(สอบสวน) กก.๑ บก.ป., ร.ต.ท.วิรัตน์  โชตินิธิธำรง รอง สว.(ป).กก.๑ บก.ป, ว่าที่ ร.ต.ต.คำสัน โคตรพันธ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๑ บก.ป., เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช่องสามหมอ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แก้งคร้อ

ร่วมกันจับกุม นายนพดล (สงวนนามสกุล) อายุ ๕๓ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ดังนี้

๑) หมายจับศาลจังหวัดภูเขียวที่ ๒๕๑/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๘ ธ.ค.๕๓ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจัดหางานให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง หรือหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวงและฉ้อโกงทรัพย์”

๒) หมายจับศาลจังหวัดภูเขียวที่ ๒๕๔/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๘ ธ.ค.๕๓  ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจัดหางานให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง หรือหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวงและฉ้อโกงทรัพย์”

๓) หมายจับศาลจังหวัดภูเขียวที่ ๕/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๑๐ ม.ค.๕๔ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจัดหางานให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง หรือหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวงและฉ้อโกงทรัพย์”

๔) หมายจับศาลจังหวัดชัยภูมิที่ ๒๓๙/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๗ พ.ย.๕๓ ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงและหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง”

๕) หมายจับศาลจังหวัดชัยภูมิที่ ๒๒๗/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๓ ธ.ค.๕๖  ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงและหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง”

สถานที่จับกุม บริเวณลานจอดรถของอพาร์ทเม้น แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากประมาณปี พ.ศ. ๒๕๕๓ นายนพดลฯ (ผู้ต้องหา) ได้ร่วมกับพวกหลอกลวงผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ โดยแอบอ้างว่าเป็นนายหน้าสามารถจัดหางานและส่งคนไปทำงานในประเทศฟินแลนด์ได้ โดยงานที่จะส่งไปทำงานจะเป็นงานประเภทเก็บผลไม้ ทำงานในสวน และงานอื่นๆ ได้รับค่าจ้างจำนวนหลายพันบาทต่อวัน โดยผู้ที่สนใจต้องเสียค่าดำเนินการคนละ ๓ – ๔ หมื่นบาท ซึ่งต่อมาภายหลังผู้ต้องหากลับไม่มีการดำเนินการใดๆให้กับผู้เสียหาย และเมื่อผู้เสียหายขอเงินคืน ก็กลับถูกปฏิเสธ ซึ่งมีผู้ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อมอบเงินให้ผู้ต้องหารวมกว่า ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ผู้เสียหายจึงได้มีการรวมตัวเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาตามท้องที่ที่เกิดเหตุ ต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดรวม ๕ หมาย โดยนายนพดลฯ หนึ่งในผู้ต้องหาได้หลบหนีหมายจับนานกว่า ๑๐ ปี จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ร่วมทำการสืบสวนจนพบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่บริเวณสถานที่จับกุมจึงได้วางแผนจนเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า ได้ร่วมกับพวกหลอกลวงผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศจริง โดยมีหน้าที่เป็นคนกลางคอยประสานงาน

เตือนภัย  ตำรวจสอบสวนกลางขอฝากเตือนภัยพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังการหลอกลวงในลักษณะการเข้ามาแสดงตัวเป็นนายหน้าอ้างว่าสามารถจัดหางานและส่งไปทำงานยังต่างประเทศได้ หรือการโฆษณาการหลอกลวงรูปแบบดังกล่าวโดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยขอย้ำว่านายหน้าจัดหางานนั้นจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานเท่านั้น หากไม่ได้รับอนุญาตเข้าข่ายเป็นความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน มีความผิดตามระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการโฆษณาการจัดหางานต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าหากเป็นการหลอกลวงว่าสามารถส่งไปทำงานต่างประเทศได้เป็นความผิดฐาน “หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ โดยการหลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง “ต้องระวางโทษจำคุก ๓-๑๐ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๖๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”