รวบอดีตท้าวแชร์แสบ ยุบวง เชิดเงินหนีกว่า 1.6 ล้านบาท

รวบอดีตท้าวแชร์แสบ ยุบวง เชิดเงินหนีกว่า 1.6 ล้านบาท

 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.จิรภพ  ภูริเดช  ผบช.ก. ได้สั่งการให้  พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ, พ.ต.ท.อลงกต คชแก้ว, พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์, พ.ต.ท.ธนศักดิ์ สว่างศรี และ พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ รอง ผกก.1 บก.ป.

          เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.พัฒษพงศ์ เสณีแสนเสนา สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.สุรพล ชูใจ รอง สว.กก.1 บก.ป พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป.

          ร่วมกันจับกุม นางมุกดา (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี  ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิดฐาน “จัดให้มีการเล่นแชร์มีจำนวนแชร์รวมกันมากกว่าสามวง, มีจำนวนสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคน, มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทำวงเป็นมูลค่ามากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง” ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 305/62 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2562

          สถานที่จับกุม บ้านพักอาศัย ตำบลโคกช้าง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

          พฤติการณ์ เมื่อประมาณปี 2558 นางมุกดาฯ อายุ 60 ปี ประกอบอาชีพขายข้าวแกงรถเข็น ที่บริเวณวัดขวัญเมือง จังหวัดนนทบุรี ต่อมาเห็นโอกาสว่าตนเป็นที่รู้จัก เป็นที่ไว้วางวางใจของลูกค้า และชุมชนวัดขวัญเมือง จึงผันตัวเป็นท้าวแชร์ ชักชวนผู้เสียหายที่เป็นลูกค้า หรือบุคคลรู้จักให้ร่วมลงทุนเล่นวงแชร์กับตนโดยเริ่มต้นจากการเป็นท้าวเล่นแชร์แบบรายเดือน จนกระทั่งไม่สามารถหาเงินมาหมุนได้ทันจึงใช้วิธีแบ่งการเล่นแชร์ออกเป็นวงแชร์แบบรายสัปดาห์, รายเดือน จำนวนหลายทุน/มือ/วง พร้อมกัน โดยผู้ต้องหาจะเป็นคนทำหน้าที่ จัดการและรวมเงินวงแชร์ หรือ “ท้าวแชร์” โดยเปิดรวมกันถึง 12 วงแชร์

จากการสืบสวน ทราบว่า มีผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อนมากถึงจำนวน 30 – 40 คน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายเป็นเงินต้นที่จ่ายค่าแชร์กว่า  1,600,000 บาท (หนึ่งล้านหกแสนบาท) นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายที่ยังไม่แจ้งความดำเนินคดีอีกเป็นจำนวนมาก ผู้เสียหายที่มาร่วมเล่นแชร์กับผู้ต้องหานั้น ก็มักจะเป็นคนรู้จักกันมานาน และไว้ใจกัน จึงได้หลงเชื่อร่วมเล่นวงแชร์กับผู้ต้องหา ต่อมาจึงทราบว่า การเปิดแชร์ของผู้ต้องหา มีการนำชื่อแฝงบุคคลอื่นเข้ามาร่วมเล่นวงแชร์ที่ผู้เสียหายเล่น และเมื่อถึงเวลาเปียแชร์ ผู้ต้องหาจะอ้างชื่อที่นำมาแอบแฝงในวงแชร์นั้น สามารถเปียแชร์ได้ และให้ดอกในราคาที่สูง เมื่อใช้ชื่อที่แอบแฝงไปจนหมดสิ้นแล้ว ก็จะพยายามล้มหรือยกเลิกวงแชร์นั้น เมื่อผู้เสียหายทวงถามถึงเงินในวงแชร์ ผู้ต้องหาก็จะบ่ายเบี่ยงอ้างว่า ไม่สามารถเก็บเงินตามรายชื่อที่เปียแชร์ไปได้ และหลบหนีหายไป ผู้เสียหายจึงได้รวมตัวไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับ สภ.บางศรีเมือง พนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติ ออกหมายจับนางมุกดาฯ จากศาลจังหวัดนนทบุรี

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ต.พัฒษพงศ์ เสณีแสนเสนา สว.กก.1 บก.ป. พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สืบทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปพักอาศัยอยู่บ้านพักย่านจังหวัดอยุธยาและปทุมธานี จึงได้ลงพื้นที่เพื่อสืบสวน ติดตามตัว จนกระทั่งเช้าของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อขออนุมัติหมายค้นในการตรวจสอบบ้านพักหลังดังกล่าว พบว่า ผู้ต้องหาอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว จึงเข้าทำการจับกุม และนำตัวส่ง สภ.บางศรีเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตัวมาดำเนินคดีแต่อย่างใด โดยในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การยอมรับตลอดข้อกล่าวหา

         เตือนภัย ตำรวจสอบสวนกลางขอเตือนภัยพี่น้องประชาชน สำหรับการลงทุนแชร์หรือร่วมทำธุรกิจใดๆ ขอให้ท่านตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ที่มาชักชวนให้ท่านร่วมลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ