กองปราบปรามรวบแม่ค้าสาวฉ้อโกงออนไลน์ พบมีผู้เสียหายกว่าร้อยราย

กองปราบปรามรวบแม่ค้าสาวฉ้อโกงออนไลน์ พบมีผู้เสียหายกว่าร้อยราย

กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.รณกร สุขมงคล, พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา, พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ, พ.ต.ท.ภัทรพันธ์ ศิริเพิ่มพูลชัย รอง ผกก.4 บก.ป. 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.กิตติพงศ์ ศิลาพันธุ์ สว.กก.4 บก.ป., ด.ต.จิรัสย์ พีระชัยนันต์, ด.ต.หญิง อาภากร อักขรา, ส.ต.อ.รรรศกร ศาตากร ผบ.หมู่ กก.4 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม น.ส.บุศรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดแม่สอด ที่ จ.107/2557 ลงวันที่ 30 กันยายน 2557 ในข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”

สถานที่จับกุม บริเวณตลาดแห่งหนึ่ง หมู่ 2 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี  

พฤติการณ์ ผู้ต้องหาหลอกขายโทรศัพท์มือถือผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งมีการโพสข้อความขายโทรศัพท์พร้อมรูปภาพ มีการระบุรายละเอียดการซื้อ-ขาย สร้างความน่าเชื่อถือว่ามีสินค้าอยู่จริง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ และทำการสั่งซื้อผ่านเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว ผู้ต้องหาจะให้ผู้เสียหายทำการโอนเงินชำระค่าโทรศัพท์ให้กับผู้ต้องหาเต็มจำนวน เมื่อผู้ต้องหาได้รับเงินแล้วจะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมส่งโทรศัพท์ให้กับผู้เสียหาย และทำการบล็อกผู้เสียหายจนไม่สามารถติดต่อได้อีก

จากการสืบสวนหาข่าวพบว่า มีผู้เสียหายถูกหลอกซื้อโทรศัพท์ไปแล้วกว่าร้อยราย ความเสียหายรายละ 8,000-30,000 บาท ผู้ต้องหาก่อเหตุมานาน ตั้งแต่ปี 2556 และยังคงลอยนวลอยู่ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้สืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนี มากบดานอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และทราบว่าผู้ต้องหากับแฟนกำลังใช้รถยนต์เดินทางไปที่ ตลาดแห่งหนึ่ง หมู่ 2 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหายืนอยู่บริเวณหน้าตลาดดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ระมาด จ.ตาก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ต.กิตติพงศ์ ศิลาพันธ์ สว.กก.4 บก.ป.

 

 

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด