รวบหนุ่มหื่น ลวงเด็กสาว 11 ปี กระทำชำเรา

รวบหนุ่มหื่น ลวงเด็กสาว 11 ปี กระทำชำเรา

กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอํานวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.รณกร สุขมงคล, พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา, พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ, พ.ต.ท. ภัทรพันธ์ ศรีเพิ่มพูลชัย รอง ผกก.4 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นําโดย พ.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ มีมุสิก สว.กก.4 บก.ป. พร้อมพวก
ร่วมกันจับกุม นายกฤตวัฒน์ หรือแบงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัด อุทัยธานี ที่ 178/2564 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทําความผิดฐาน “กระทําชําเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีโดยเด็กนั้นยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา-มารดาเพื่อหากําไรหรือเพื่อการอนาจาร”

สถานที่จับกุม ต.หนองเสือช้าง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2565 เวลา 14.00 น.

พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุนายกฤตวัฒน์หรือแบงค์ (ผู้ต้องหา) ได้มาทํางานอยู่ในพื้นที่จ.อุทัยธานี และมีพฤติกรรมชอบทักไปพูดคุยตีสนิทกับวัยรุ่นและเด็กผู้หญิงซึ่งรู้จักกันในเฟซบุ๊ก จนต่อมาได้รู้จักกับ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 11 ปีเศษ (ผู้เสียหาย) ผ่านทางเฟซบุ๊ก หลังจากนั้นจึงได้ล่อลวงผู้เสียหายเพื่อนัดพบ พาไปเที่ยวและลงมือกระทําชําเราผู้เสียหาย

ต่อมาเมื่อมารดาของผู้เสียหายทราบเรื่องจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เพื่อดําเนินคดีกับผู้ต้องหา จากนั้นพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดอุทัยธานี ออกหมายจับผู้ต้องหานี้ตามรายละเอียดข้างต้น

เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมจึงได้สืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหามาโดยตลอด จนทราบว่านายกฤตวัฒน์ หรือแบงค์ฯ ได้หลบหนีมาพักอาศัยและทํางานอยู่ในพื้นที่ จ.ชลบุรี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบผู้ต้องหานี้ที่หน้าบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี จึงได้ทําการจับกุมตัว นําส่ง สภ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคําให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าได้พาผู้เสียหายไปเสียจากบิดา-มารดา และกระทําชําเราผู้เสียหายจริง

ตํารวจสอบสวนกลางขอเตือนภัยประชาชนโดยเฉพาะบิดามารดาหรือผู้ปกครอง ควรดูแลบุตรหลานในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากอาจถูกชักชวนหรือล่อลวงจากบุคคลซึ่งรู้จักกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์จนอาจเกิดความเสียหายได้