รวบสาวมหาภัย ตัดต่อสลิปปลอมหลอกร้านค้า สารภาพทำมาแล้วเกือบทุกเจ้า

รวบสาวมหาภัย ตัดต่อสลิปปลอมหลอกร้านค้า สารภาพทำมาแล้วเกือบทุกเจ้า

กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป. และ พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.1 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.ไพรวรรณ ตั้นหลก รอง สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.มณเทียร ธงเทียน รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป., ด.ต.สมศักดิ์ สืบสาย, ด.ต.สมภพ ทองเชื้อ, ด.ต.พิชิต เรืองงาม, ส.ต.อ.พิสิษฐ์ บุดดีเฆ่, ส.ต.อ.เจษฎา อาจน้อย, ส.ต.ท.นิติพัฒน์ แห่งหน และ ส.ต.ท.คุณานนท์ สาดสูงเนิน ผบ.หมู่ กก.1 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม น.ส.ชลิตา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ 119/2564 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง, ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม”

สถานที่จับกุม บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ย่านสุขสวัสดิ์ 17 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ คดีนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีคนร้ายเป็นหญิงไม่ทราบชื่อ มีพฤติการณ์ในการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่นออนไลน์ โดยสินค้าส่วนมากจะเป็นทองคำ จากนั้นจะเลือกวิธีชำระเงินแบบเรียกเก็บปลายทาง เมื่อถึงกำหนดส่ง พนักงานส่งพัสดุที่ไปส่งจะโทรศัพท์ติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่คนร้ายระบุไว้ตอนสั่งซื้อ จากนั้นคนร้ายจะแจ้งเปลี่ยนจุดส่งเพื่อนัดรับกันที่สถานที่ใกล้เคียง พร้อมถามเลขบัญชี และข้อมูลจากพนักงานส่งพัสดุ เมื่อพนักงานส่งพัสดุไปถึงจุดนัดรับคนร้ายจะเข้าไปหาทำทีว่าตนเองนั้นรีบ จากนั้นจะส่งสลิปปลอมที่ตนเองทำเตรียมไว้ให้กับพนักงานส่งพัสดุ โดยคนร้ายจะอาศัยช่องว่างที่พนักงานส่งพัสดุไม่ตรวจสอบให้ดี รับมอบสินค้า แล้วรีบหลบหนีไป โดยพบว่าคนร้ายได้ตระเวนก่อเหตุในหลายพื้นที่ ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง

          เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งเข้าทำการสืบสวนเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน จากการรวบรวมพยานหลักฐานในความเสียหายที่คนร้ายได้ก่อในแต่ละคดี ทำการซักถามผู้รู้เห็นเหตุการณ์ เก็บข้อมูล จัดเรียง วิเคราะห์พยานหลักฐานเชื่อมโยงไปยังตัวคนร้าย จึงสามารถสืบทราบได้ว่าคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวคือ
น.ส.ชลิตาฯ อายุ 26 ปี จึงรวบรวมพยานหลักฐานนำส่งรายงานสืบสวนให้กับพนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญามีนบุรี ตามหมายจับที่ จ 119/2564 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 ความผิดฐาน “ฉ้อโกง, ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม”

          จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบหาแหล่งที่อยู่ของ น.ส.ชลิตาฯ คนร้ายในคดีนี้จนทราบว่า น.ส.ชลิตาฯ ได้หลบหนีมาอยู่ที่บริเวณซอยสุขสวัสดิ์ 17 จนสามารถจับกุมตัว น.ส.ชลิตา ได้ขณะที่กำลังออกมารับอาหารที่ตนเองเตรียมตัวจะสั่งซื้อผ่านบริการ Food Delivery แล้วจะใช้วิธีการส่งสลิปปลอมเช่นเดิม แล้วนำตัว น.ส. ชลิตาฯ ส่งพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การจำเลยเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าตนเองเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง ซึ่งจะทำการสั่งซื้อสินค้าประเภททองคำ ผ่านแอพพลิเคชั่นออนไลน์ เลือกวิธีชำระเงินแบบเก็บเงินปลายทาง เมื่อถึงกำหนดส่งพนักงานส่งพัสดุจะโทรศัพท์ติดต่อมาตามหมายเลขโทรศัพท์ที่แจ้งไว้ตอนสั่งซื้อ น.ส.ชลิตา จะแจ้งเปลี่ยนสถานที่จัดส่ง โดยนัดรับกันที่บริเวณใกล้เคียง ระหว่างนั้นจะทำการขอเลขที่บัญชีจากพนักงานส่งพัสดุดังกล่าว เพื่อเตรียมการทำการปลอมสลิปขึ้นโดยใช้การตัดต่อรูปภาพบนโทรศัพท์มือถือ เมื่อพนักงานส่งพัสดุมาถึง น.ส.ชลิตาฯ จะเข้าไปหา พร้อมทำทีเร่งรีบ จากนั้นจะส่งสลิปปลอมที่ทำเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ให้ โดยอาศัยช่องว่างที่พนักงานส่งพัสดุไม่ได้ตรวจสอบให้ดีว่าเงินเข้าแล้วหรือไม่ รับพัสดุมา แล้วหลบหนีไป โดยทองที่ได้มานั้น น.ส.ชลิตาฯ จะนำไปขายแล้วนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ น.ส.ชลิตา ยังรับว่าตนเองยังได้ใช้วิธีการเดียวกันนี้ในการหลอกเหยื่อในหลายๆรูปแบบอาชีพ เช่น พนักงานส่งพัสดุ, พนักงานส่งอาหาร, คนขับรถ Taxi หรือแม้แต่ร้านเสริมสวย ก็เคยตกเป็นเหยื่อของ น.ส.ชลิตาฯ ด้วยเช่นกัน

เตือนภัย   กรณีที่มีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปพลิเคชั่นทางโทรศัพท์ ผู้รับโอน หรือผู้โอนควรตรวจสอบความถูกต้องโดยละเอียดก่อน หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดี อาจเกิดความเสียหายขึ้นได้

ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ว่าที่ พ.ต.ต.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์  สว.กก.1 บก.ป.
โทรศัพท์ 094-391-4940

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”