รวบสาวใหญ่อดีตเซลล์ขายบ้านจัดสรร ยักยอก 10 ล้าน

รวบสาวใหญ่อดีตเซลล์ขายบ้านจัดสรร ยักยอก 10 ล้าน

กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. ,พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป.,พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์  เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. , พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ปวิช ข่าทิพย์พาที,
พ.ต.ท.หัตถพร ทองคำ, พ.ต.ท.ฤทธิชัย ชุมช่วย รอง ผกก.5 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม น.ส.ณัฐสินี หรือ ณัฐกาญจน์  (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ รวมทั้งสิ้น 2 หมายจับ ดังนี้

1.หมายจับศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ที่ จ.4 / 2557 ลงวันที่ 13 มกราคม 2557 กระทำความผิดฐาน “ยักยอก”

2.หมายจับศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ที่ จ.12 / 2557 ลงวันที่ 28 มกราคม 2557 กระทำความผิดฐาน “ยักยอก”

สถานที่จับกุม บริเวณถนนในซอยลาดกระบัง 13/8 แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบังกรุงเทพมหานคร วันที่ 23 ธันวาคม 2564

พฤติการณ์ เมื่อปี พ.ศ.2555 ขณะนั้น น.ส.ณัฐสินี หรือ ณัฐกาญจน์ฯ ผู้ต้องหาประกอบอาชีพเป็นเซลล์ขายบ้านจัดสรร อยู่ที่หมู่บ้านจัดสรรชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.พุนพิน  จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งบริษัทดังกล่าวสร้างบ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์เพื่อจำหน่ายในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลายแห่ง  ซึ่งหมู่บ้านที่สร้างขายแต่ละแห่งนับร้อยหลัง  เมื่อมีลูกค้าสนใจมาติดต่อที่สำนักงานขายของหมู่บ้านจัดสรรที่ น.ส.ณัฐสินีฯ ทำงานอยู่ก็จะเชิญชวนให้ลูกค้ามาซื้อบ้านในโครงการและทำหน้าที่ติดต่อธนาคารเพื่อขอสินเชื่อเงินกู้จากธนาคารให้กับลูกค้าที่ซื้อบ้านในโครงการ โดยน.ส.ณัฐสินีฯ แจ้งกับทางบริษัทหมู่บ้านจัดสรรว่าลูกค้าขอส่วนลดจากจากราคาที่ทางบริษัทตั้งไว้  ตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาท โดยที่ลูกค้าไม่ได้ขอส่วนลดแต่อย่างใด หลังจากธนาคารอนุมัติเงินกู้ให้กับลูกค้าโดยโอนเงินมาจ่ายให้กับบริษัทเจ้าของหมู่บ้านจัดสรรเต็มจำนวนตามราคาบ้านที่ขายให้ กับลูกค้า น.ส.ณัฐสินีฯ ก็จะทำการยักย้ายเงินที่อ้างว่าลูกค้าขอลดราคาดังกล่าวมาเป็นของตนเองซึ่งตลอดระยะเวลาประมาณ 10 ปี ที่ น.ส.ณัฐสินี ฯ ทำหน้าที่เป็นเซลล์ขายบ้าน ได้ยักยอกเงินของบริษัทไปประมาณ 10 ล้านบาท เมื่อทางบริษัททราบเรื่องดังกล่าว จึงได้ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินจนทราบว่า น.ส.ณัฐสินีฯ ได้ยักยอกเงินดังกล่าวไปจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี 

เมื่อ น.ส.ณัฐสินี ฯ ทราบว่าบริษัทแจ้งความดำเนินคดีตนเอง  จึงได้หลบหนีออกจากพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี มาพักอาศัยที่ เขตลาดกระบัง  กรุงเทพฯ เรื่อยมา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555

กระทั่งวันที่ 23 ธันวาคม 2564 เพียง 10 วันก่อนหน้าที่คดีของ น.ส.ณัฐสินีฯ จะหมดอายุความ  เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. สืบสวนทราบว่า น.ส.ณัฐสินีฯ หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่ง
ย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบตัว น.ส.ณัฐสินีฯ กำลังเดินออกไปทำธุระที่ปากซอย
จึงได้แสดงตัวจับกุม ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน  จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินคดีต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา      

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”