รวบหนุ่มใหญ่ขืนใจน้องเมียวัย 13 ปี

รวบหนุ่มใหญ่ขืนใจน้องเมียวัย 13 ปี

กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.รณกร สุขมงคล, พ.ต.ท.พงษ์พันธ์ ศิริภัทรกุล, พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ, พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา รอง ผกก.4 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.อภิชน  ขันกา สว.กก.4 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ 5 กก.4 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม นายจิรวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับหมายจับศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ จ.113/2564 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 โดยกล่าวหาว่า “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, พาบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตามโดยใช้อุบายหลอกลวง และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร” 

สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านพัก ม.14 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี วันที่ 26 พ.ย.64 เวลาประมาณ  08.00  น. 

พฤติการณ์ เมื่อประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2563 ผู้เสียหายซึ่งในขณะนั้นอายุเพียง 13 ปี ได้เดินทางไปเยี่ยมพี่สาวที่บ้านพัก ซึ่งบ้านพักหลังดังกล่าวมีพี่สาว และนายจิรวัฒน์ฯ สามีของพี่สาวพักอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยในระหว่างที่ผู้เสียหายนั่งพักอาศัยอยู่ในบ้านของพี่สาวนั้น ผู้ต้องหาได้เรียกให้ผู้เสียหายไปช่วยขนของ และฉวยโอกาสเข้ามาโอบไหล่ผู้เสียหายจากทางด้านหลัง และลวนลามผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงได้รีบเดินแยกตัวออกมา 

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ต้องหายังคงหาโอกาสที่ภรรยาของตนไม่อยู่บ้าน ออกอุบายเรียกผู้เสียหายมาพบและลวนลามผู้เสียหายอยู่บ่อยครั้ง จนเมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2564 ผู้ต้องหาได้โทรศัพท์บอกให้ผู้เสียหายมาหาที่บ้าน โดยอ้างว่ามีธุระจะคุยด้วย เมื่อผู้เสียหายเดินทางมาถึง ผู้ต้องหาได้กระทำชำเราผู้เสียหาย พร้อมข่มขู่ผู้เสียหายว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกผู้ใด

หลังจากนั้นในช่วงประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 ทางพี่สาวของผู้เสียหายจะเดินทางจากจังหวัดเพชรบูรณ์ไปทำงานในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีร่วมกับผู้ต้องหา จึงได้ให้ผู้เสียหายขับขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งขึ้นรถโดยสาร โดยในรอบแรกผู้เสียหายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาส่งพี่สาวของตนเองก่อน หลังจากนั้นจึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับไปรับผู้ต้องหาอีกครั้งหนึ่ง โดยเมื่อถึงบ้านพัก ผู้ต้องหาได้กระทำชำเราผู้เสียหาย หลังจากนั้นได้ให้ผู้เสียหายซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มายังจุดขึ้นรถโดยสารที่ภรรยาของตนรออยู่ 

ต่อมาภายหลังผู้เสียหายจึงได้เเจ้งให้มารดาของตนทราบเรื่อง และเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว

จนกระทั่งวันที่ 26 พ.ย.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังออกตรวจสอบ และทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.อภิชน  ขันกา สว.กก.4 บก.ป.