ตำรวจสอบสวนกลาง รวบอดีตสาวรับจ้างเปิดบัญชี ผันตัวเป็นเอเย่นต์ รับซื้อบัญชีขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย

ตำรวจสอบสวนกลาง รวบอดีตสาวรับจ้างเปิดบัญชี ผันตัวเป็นเอเย่นต์ รับซื้อบัญชีขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย

กองบังคับการปราบปราม   กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง    ภายใต้การอำนวยการของ  พล.ต.ท.จิรภพ  ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี  เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์  บุบผาสุวรรณ , พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร ,พ.ต.อ.พรศักดิ์  เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์  ขวัญนา  ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.รณกร สุขมงคล, พ.ต.ท.พงษ์พันธ์  ศิริภัทรกุล,พ.ต.ท.มนูญ  แก้วก่ำ และ พ.ต.ท.เอกสิทธิ์  ปานสีทา  รอง ผกก.4 บก.ป. 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.อัคนี  ณ บางช้าง สว.กก.บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม 

ร่วมกันจับกุม น.ส.ลดาวัลย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.49/2564  ลง. วันที่ ก.พ.2564 ในความผิดฐาน“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”     

สถานที่จับกุม ลานจอดรถภายในคอนโดแห่งหนึ่ง แถวบริเวณ ต.สันทราย อ.เมือง จ.เชียงราย วันที่ 17 พ.ย.2564 เวลาประมาณ  13.20 น.  

พฤติการณ์   เมื่อประมาณปลายปี 2563 น.ส.ลดาวัลย์ฯ ผู้ต้องหา ได้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้กับกลุ่มบุคคลผู้รับซื้อบัญชีธนาคาร ในราคา 2,000 บาท ต่อมาปรากฏว่าบัญชีธนาคารที่ผู้ต้องหาขายไป ถูกนำไปใช้รับโอนเงินจากการกระทำความผิด ซึ่งมีผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จนมีการออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเมื่อผู้ต้องหารู้ตัวว่าตนน่าจะถูกออกหมายจับ เนื่องจากมีหมายเรียกผู้ต้องหาส่งไปที่บ้านพัก ผู้ต้องหาจึงได้ทำการหลบหนี โดยมีการย้ายเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์อยู่บ่อยครั้ง  จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จับกุมได้ที่คอนโดฯ แถวบริเวณ ต.สันทราย อ.เมือง จ.เชียงราย ที่ผู้ต้องหาพึ่งย้ายมาเช่าได้ประมาณ 1 เดือน  

หลังจากจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้ร่วมกันตรวจค้นรถยนต์และห้องพักของผู้ต้องหา ผลการตรวจค้นพบว่าภายในรถยนต์และ ห้องพักของผู้ต้องหา  มีสมุดบัญชีธนาคารจำนวนหลายธนาคาร ที่มีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของจำนวน 25 เล่ม, บัตรเบิกถอนเงินสดอัตโนมัติ( ATM) จำนวน 9 ใบ , ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือเครือข่ายต่างๆ ที่ยังไม่ได้เปิดใช้งานจำนวน 9 อัน และซองใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ ที่ไม่มีซิมการ์ด จำนวน 24 ซอง  โดยจากการสอบถามผู้ต้องหารับว่า ของกลางทั้งหมดเป็นของผู้ต้องหาจริง โดยรับซื้อมาจากบุคคลอื่นที่นำบัญชีธนาคารมาขายให้ เพื่อนำไปขายต่อให้กับผู้รับซื้อที่ทำงานอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ในราคา 3,000 – 8,000 บาท โดยผู้ต้องหาทำมานานประมาณ 1 ปี   โดยจะประกาศรับซื้อบัญชีธนาคารผ่านเฟสบุ๊ค  ในกลุ่มต่างๆ  

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การ “ภาคเสธ” โดยให้การว่าเมื่อประมาณปลายปี 2563 ตนได้ขายบัญชีธนาคารของตนให้แก่ผู้รับซื้อไปจริง แต่ไม่ทราบว่าบัญชีที่ผู้ซื้อเอาไปหลอกลวงผู้เสียหาย คือบัญชีใด เนื่องจากขายไปหลายบัญชี   

ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ว่าที่ พ.ต.ต.อัคนี ณ บางช้าง สว.กก.4 บก.ป.