รวบสาวหัวใส ปลอมตัวหลอกผู้ประกอบการ เสียหายรวมมากกว่าสิบราย

รวบสาวหัวใส ปลอมตัวหลอกผู้ประกอบการ เสียหายรวมมากกว่าสิบราย

กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต. สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.๒ บก.ป., พ.ต.ท.วิญญู  แจ่มใส รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.นพรัตน์  คำมาก รองผกก.2 บก.ปทส.ปฏิบัติราชการ กก.๒ บก.ป.

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.ธานุพันธ์ สุระสะ สว.กก.2 บก.ป., ร.ต.อ.วรัท เสริมสุจริต รอง สว.กก.2 บก.ป., ร.ต.ต.หญิง ภริดา วรรธนเสถียร รอง สว.ฝอ.บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านธิ, กก.สส.ภ.จว.ลำพูน, สภ.นิคมอุตสาหกรรม, สภ.เมืองลำพูน, สภ.เหมืองจี้, กก.สส.1 บก.สส.ภ.5 และ กก.6 บก.ปพ.

ร่วมกันจับกุม น.ส.รวินกาญณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ตามหมายจับดังนี้

  1. หมายจับศาลจังหวัดลำพูน ที่ จ.79/2464 ลงวันที่ 2 เม.ย.64 
  2. หมายจับศาลจังหวัดลำพูน ที่ จ.80/2464 ลงวันที่ 2 เม.ย.64 
  3. หมายจับศาลจังหวัดลำพูน ที่ จ.81/2464 ลงวันที่ 2 เม.ย.64 
  4. หมายจับศาลจังหวัดลำพูน ที่ จ.82/2464 ลงวันที่ 2 เม.ย.64 
  5. หมายจับศาลแขวงทุ่งสง ที่ จ.53/2464 ลงวันที่ 7 ก.ย.64
  6. หมายจับศาลแขวงลพบุรี ที่ 241/2464 ลงวันที่ 12 ธ.ค62
  7. หมายจับศาลจังหวัดระนอง ที่ จ.183/2464 ลงวันที่ 17 ธ.ค.63
  8. หมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ จ.262/2464 ลงวันที่ 29 เม.ย.64 

ฐานความผิด ฉ้อโกง ตามหมายจับที่ 1-8 ดังกล่าวข้างต้น

สถานที่จับกุม ม.10 เขตบ้านแสนตอ ต.ห้วยยาบ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 31 ต.ค.64 เวลา 06.20 น.

พฤติการณ์ ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 ส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน สภาวะเศรษฐกิจโลก และประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤตชาวบ้านทำมาหากินอย่างสุจริต กลับถูกคนร้ายที่อาศัยวิกฤตินี้ อ้างตัวเป็นคนงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย หลอกลวงผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยเข้าแฝงตัวไปในกลุ่มจัดหางาน เมื่อพบเห็นผู้ว่าจ้างที่กำลังหาคนงาน คนร้ายรายนี้ได้สวมรอยเป็นแรงงานโทรไปติดต่อผู้รับเหมา แจ้งว่าจะมาทำงานด้วย ผู้รับเหมาจึงหลงเชื่อคิดว่าเป็นแรงงานที่กำลังหางานอยู่จริงๆ 

เมื่อผู้รับเหมาหลงเชื่อ คนร้ายจะให้เหตุผลว่าขอเบิกค่ารถล่วงหน้า เพื่อเดินทางจากจังหวัดทางภาคเหนือไปพบ และเนื่องจากผู้รับเหมากลัวที่จะไม่มีคนงานมาทำงานให้เสร็จงานตามวันเวลาที่นัดกับลูกค้าไว้จึงหลงเชื่อโอนเงินค่ารถไปให้ โดยคิดค่าใช้จ่ายนับตามรายหัวของลูกจ้างที่จะมาทำงานกับตน เช่น ผู้รับเหมาประกาศหาคนงาน 10 คน ก็ต้องโอนเงินค่ารถไปให้คนร้ายหัวละ 500 บาท หรือ ประมาณ 5,000 บาท จากนั้น คนร้ายจะโทรแจ้งผู้รับเหมาว่ากำลังจะขึ้นรถ ทิ้งห่างช่วงระยะเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง คนร้ายจะโทรหาผู้รับเหมาโดยแอบอ้างตนว่าเป็นพนักงานบริการบนรถบัสโดยสารที่มีลูกจ้างต่างด้าวโดยสารมา แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ พร้อมให้เหตุผลว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมคุยสายด้วย ให้ประสานผ่านคนร้ายที่แอบอ้างว่าเป็นพนักงานบริการบนรถบัสแทน 

เมื่อผู้รับเหมาคล้อยตาม คนร้ายจะหลอกให้ผู้รับเหมาจ่ายเงินเพื่อปล่อยตัว หัวละ 5,000 – 8,000 บาท ผู้รับเหมาบางรายรู้ว่าถูกหลอกจึงหยุดการโอน แต่ในบางรายก็หลงเชื่อโอนเงินไปให้คนร้ายเพิ่มอีกเพื่อให้ได้คนมาทำงาน จนต่อมาผู้รับเหมารู้ว่าถูกหลอกก็ตอนที่คนร้ายปิดเบอร์หลบหนีไป 

จากการกระทำผิดดังกล่าว มีการโพสต์แจ้งเตือนตามเพจเฟสบุ๊คต่างๆ จำนวนมาก แต่คนร้ายก็จะอาศัยความชำนาญในการหลอกลวงคน และปรับเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆ ทำให้มีผู้เสียหายที่เกิดจากกรณีนี้หลายราย 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๒ กองบังคับการปราบปรามได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า คนร้ายคือ นางรวินกาญจน์ฯ ก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งถูกร้องทุกข์ดำเนินคดีในหลายท้องที่ ถูกออกหมายจับในความผิดฐาน “ฉ้อโกง” จำนวน 8 หมาย 

พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป. จึงสั่งการให้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วไปจำนวนมาก เคยถูกดำเนินคดีแล้วแต่ไม่หลาบจำ 

จนกระทั่งวันที่ 31 ต.ค.64 เวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.บ้านธิ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. สืบทราบได้ว่า ผู้ต้องหารายนี้หลบมาซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเกิดของตน เขตอำเภอบ้านธิ จ.ลำพูน เจ้าหน้าที่จึงนำหมายค้นของศาลจังหวัดลำพูนเข้าทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบตัวนางรวินกาญจน์ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการควบคุมตัว แจ้งสิทธิ แจ้งข้อกล่าวหา และนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี 

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ตำรวจสอบสวนกลาง ขอเตือนภัยประชาชน โปรดระวังมิจฉาชีพที่ใช้ประโยชน์จากความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ของประชาชน หลอกลวงให้เหยื่อ ผู้ประกอบการ โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ ดังนั้นควรตรวจสอบบัญชีธนาคารปลายทางก่อนโอนทุกครั้ง 

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”