รวบหนุ่มแก๊งตระเวนขโมยของร้านสะดวกซื้อ พบประวัติก่อเหตุอื้อ มีคดีติดตัวเพียบ 

รวบหนุ่มแก๊งตระเวนขโมยของร้านสะดวกซื้อ พบประวัติก่อเหตุอื้อ มีคดีติดตัวเพียบ 

กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ท.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธ์ รอง ผกก.3 บก.ป.ปฏิบัติราชการ กก.2 บก.ป., พ.ต.ท.วิญู แจ่มใส, พ.ต.ท.กรกช ยงยืน, พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก รอง ผกก.2 บก.ปทส. ปฏิบัติราชการ กก.2 บก.ป. 
 
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.กรพงศ์ วงษาลังการ สว.กก.๒ บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 1 กก.2 บก.ป. 
         
ร่วมกันจับกุม นายชาคริต (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 654/2563 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ข้อหา “ลักทรัพย์”
 
สถานที่จับกุม บริเวณ ซ.วุฒากาศ 53 แยก 6 แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2564  เวลาประมาณ  11.30 น.
 
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากนายชาคริตฯ (ผู้ต้องหา) เป็นหนึ่งในแก๊งตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ภายในร้านสะดวกซื้อ โดยได้ร่วมก่อเหตุกับพวกจำนวน 7 คน ซึ่งภายในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2564 กลุ่มผู้ต้องหาได้ตระเวนก่อเหตุในพื้นจังหวัดนนทบุรี โดยก่อเหตุลักทรัพย์ภายในร้านสะดวกซื้อบริเวณพระปิ่น 3 ได้ทรัพย์สินรวมมูลค่า 8,360 บาท, ลักทรัพย์ภายในร้านสะดวกซื้อบริเวณตลาดพระเงิน ได้ทรัพย์สินรวมมูลค่า 19,508 บาท และในวันที่ 26 มิถุนายน ๒๕64 กลุ่มผู้ต้องหาได้ก่อเหตุลักทรัพย์ถึง 2 ครั้งพร้อมกัน โดยในช่วงบ่ายเข้าไปลักทรัพย์ร้านสะดวกซื้อที่สนามบินน้ำ ได้ทรัพย์สินจำพวกเครื่องสำอางค์จำนวน 59 ชิ้น มูลค่ากว่า 10,000 บาท และในช่วงเย็นได้ก่อเหตุลักทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อบริเวณถนนสามัคคี ได้ทรัพย์สินเป็นสินค้าจำพวกเครื่องสำอางค์จำนวน 149 ชิ้น มูลค่า 17,245 บาท 
 
จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มต้องหาจะรวมตัวกันโดยใช้รถจักรยานยนต์ตระเวนไปตามร้านสะดวกซื้อต่างๆ เมื่อเห็นว่าร้านใดมีพนักงานอยู่น้อยก็จะเข้าไปลักทรัพย์ โดยจะกระทำในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งมีทั้งคนคอยดูต้นทาง, คนอำพรางตัวเป็นลูกค้า เข้าไปภายในร้านสะดวกซื้อจำนวนหลายคน เลือกซื้อสินค้าที่มีราคาแพง และรวมตัวกันไปชำระค่าสินค้าจนพนักงานที่ร้านต้องมาช่วยกันรับชำระเงิน หลังจากนั้นจะอาศัยจังหวะช่วยกันลักเอาสินค้าใส่กระเป๋าที่เตรียมมา และยังมีคนร้ายบางส่วนที่จะช่วยกันยืนบังสายตาหรือเบี่ยงเบนความสนใจของพนักงานในร้าน 
 
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ทำการจับกุมคนร้ายในแก๊งดังกล่าวได้แล้วส่วนหนึ่ง ซึ่งนายชาคริตฯ (ผู้ต้องหา) เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีการจับกุมของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ 
 
พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป. ทราบ เล็งเห็นความสำคัญของคดีดังกล่าว เนื่องจากผู้ต้องหากระทำความผิดในลักษณะเเบ่งหน้าที่กันทำ ก่อเหตุหลายครั้งในพื้นที่ สร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการหลายแห่ง และกระทำการโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ดำเนินการเร่งรัดติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว 
 
โดยในวันที่ 18 ตุลาคม 2564 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมากบดานอยู่ในเขตพื้นที่เขตจอมทอง กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยพบนายชาคริตฯ อยู่บริเวณ ซอยวุฒากาศ 53 แยก 6 แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการจับกุมและนำตัวส่งศาลจังหวัดสมุทรปราการ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 
จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
 
จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหายังมีหมายจับที่ต้องการตัวอีก 5 หมายจับ
1. ตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ จ.340/2564 ลง 15 ก.ค.64 ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม”
2. หมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 318/2564 ลง 9 ก.ค.64 ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” 
3. หมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 322/2564 ลง 9 ก.ค.64 ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” 
4. หมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ 349/2564 ลง 19 ก.ค.64 ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยแปลงหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” 
5. หมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ จ483/2564 ลง 29 ก.ย.64 ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม”