กองปราบรวบหนุ่มหลอกขายนาฬิกาหรูผ่านทางเฟซบุ๊ก จูงใจผู้เสียหายด้วยการขายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด

กองปราบรวบหนุ่มหลอกขายนาฬิกาหรูผ่านทางเฟซบุ๊ก จูงใจผู้เสียหายด้วยการขายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้พ.ต.อ.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ รอง ผบก.ป.​ รรท.ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ และ พ.ต.ท.อลงกต คชแก้ว รอง ผกก.1 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.นภชลัน  เกิดเอี่ยม รอง สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.อรรถพล ฤทธิวัฒนะพงศ์ รอง สว.ฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ  กก.1 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ร่วมกันจับกุม  นายศรนารายณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ จ.169/2564 ลง 13 สิงหาคม 2564 โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกงทรัพย์” จับกุมได้ที่ บริเวณถนอมมิตร ซอยวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ 
 
สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิชัย ได้ประสานข้อมูลมายังกองปราบปราม ขอให้ช่วยสืบสวนจับกุมนายศรนารายณ์ฯ (ผู้ต้องหา) ซึ่งมีพฤติกรรมหลอกขายนาฬิกาหรูผ่านทางเฟซบุ๊ค โดย ผู้ต้องหาจะนำรูปภาพนาฬิกาจากอินเตอร์เน็ตทั่วไปมาโพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัวของตนเอง และประกาศขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด โดยจะตั้งราคาไว้ประมาณ 10,000 บาท และประกาศขายว่ามีการลดราคา 30 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 7,000 บาท จึงทำให้มีประชาชนหลายรายหลงเชื่อ โอนเงินค่านาฬิกาดังกล่าวมาให้กับผู้ต้องหา ซึ่งภายหลังจากที่ผู้เสียหายโอนเงินแล้ว ผู้ต้องหาก็จะบล็อกเฟซบุ๊คดังกล่าวทันที โดยจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหามีการเปิดบัญชีสำหรับให้ลูกค้าโอนเงินเข้ามายังบัญชีผู้ต้องหาจำนวน 5 บัญชี 
 
ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวน สภ.พิชัย ได้รับเเจ้งความร้องทุกข์จากทางผู้เสียหายเเล้ว พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว
 
ต่อมาในวันที่ 5 ตุลาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาเช่าบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณถนอมมิตร ซอยวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อพบผู้ต้องหาจึงทำการจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พิชัย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
จากการสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าได้หลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะนี้มาแล้วหลายราย โดยทำไปเพราะตนเองไม่มีอาชีพ ตกงาน