กองปราบรวบสาวใหญ่ อ้างตัวเป็นเลขาผู้จัดการบริษัทหาคนไปทำงานต่างประเทศ สุดท้ายหลอกเชิดเงินค่าดำเนินการไปเกือบเเสน

กองปราบรวบสาวใหญ่ อ้างตัวเป็นเลขาผู้จัดการบริษัทหาคนไปทำงานต่างประเทศ สุดท้ายหลอกเชิดเงินค่าดำเนินการไปเกือบเเสน

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล...สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.., ...มีชัย กำเนิดพรม, ...พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.., ว่าที่ ...วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.., ...สุริยศักดิ์ จิราวัสน์, ...สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์, ...พงศกร ตันอารีย์ รอง ผกก.3 บก..

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย ...สรศักดิ์ แสงจันทร์ สว.กก.3 บก.., ...ปรัชญานนท์ ยงยิ่ง, ...จำลอง  ทองเฟื่อง, ...รณยุทธ ลีโพนทอง ผบ.หมู่ กก.3 บก.. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.3 บก..

     

ร่วมกันจับกุม นางนงนารถ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี อาชีพพนักงานขาย ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ยังต้องการตัว  3 หมายจับ

1. ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 282/2561 ลง 28 ..61

2. ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 283/2561 ลง 28 ..61

3. ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 284/2561 ลง 28 ..61

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์ และหลอกผู้อื่นว่าสามารถหางานให้คนหางานไปทำงานต่างประเทศได้ การหลอกลวงเช่นว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง 

สถานที่จับกุม ร้านขายของตกแต่งภายใน .หมากแข้ง .เมือง .อุดรธานี เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 

พฤติการณ์ สืบเนื่องมาจากเมื่อปี 2561 มีผู้เสียหายในพื้นที่ .อุดรธานี จำนวน 3 ราย ได้ถูกผู้ต้องหา เข้ามาตีสนิทพูดคุยว่าตนเองเป็นนายหน้าจัดหางานให้กับคนที่ต้องการไปทำงานที่ต่างประเทศ และอ้างตนว่าเป็นเลขาคนสนิทของของผู้จัดการบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังต้องการหาคนงานไปทำงานเป็นแรงงานเก็บผลไม้ ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยมีรายได้เดือนละ 100,000 บาท นอกจากนี้ยังอ้างว่าทางบริษัทจะเร่งส่งคนไปทำงาน โดยต้องรีบทำวีซ่า, เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและเข้าอบรมก่อนไปทำงาน โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1 แสนบาท

ซึ่งจะต้องจ่ายก่อนเป็นเงินจำนวน 20,000 บาท ส่วนที่เหลือสามารถจ่ายทีหลังเมื่อได้ไปทำงานและได้เงินค่าแรงแล้ว ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อ มอบเงินและเอกสารให้กับผู้ต้องหา พร้อมกับทำสัญญาและนัดทำวีซ่า แต่เมื่อถึงกำหนดนัด ผู้ต้องหาได้เลื่อนนัดผู้เสียหายเรื่อยมา จนท้ายที่สุดผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนถูกหลอก หลังจากนั้นจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ สภ.เมืองอุดรธานี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนติดตามผู้ต้องหารายนี้ พบว่ามีพฤติกรรมเป็นมิจฉาชีพก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาเเล้วเมื่อปี 2560 ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีการแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองลำปาง แต่ได้หลบหนีการจับกุมและมาก่อเหตุซ้ำอีก

...วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.. จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจจะมีพฤติกรรมที่จะก่อเหตุซำ้อีก หากปล่อยไว้อาจจะมีประชาชนตกเป็นเหยื่ออีกหลายราย

จนกระทั่งวันที่ 17 สิงหาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจุดจับกุม สืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาทำงานอยู่ที่ร้านขายของตกแต่งแห่งหนึ่งใน .หมากแข้ง .เมือง .อุดรธานี จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยเมื่อพบผู้ต้องหาจึงเข้าทำการจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น  ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ...สรศักดิ์ แสงจันทร์ สว.กก.3 บก.. โทร 083-0065128