กองปราบรวบสาวตุ๋นนายจ้างลงทุนนำเข้ากระเป๋าแบรนด์เนม สูญเงินกว่า 17 ล้านบาท ตรวจสอบพบคดีติดตัวอีก 10 คดี

กองปราบรวบสาวตุ๋นนายจ้างลงทุนนำเข้ากระเป๋าแบรนด์เนม สูญเงินกว่า 17 ล้านบาท ตรวจสอบพบคดีติดตัวอีก 10 คดี

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล...สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.., ...พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, ...พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.., ...ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.., ...ศราวุธ จันต๊ะวงค์, ...อลงกต คชแก้ว, ...ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ รอง ผกก.1 บก..

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย ...ศิวกร สายบัว สว.กก.1 บก.., ...เดชวุฒิ  อุตรศาสตร์, ..พุฒิพัฒน์ เพ็งเหล็ง, ..ธวัชชัย ผาสุกานนท์ ผบ.หมู่ กก.1 บก..

ร่วมกันจับกุม นางสาวนุชระวี หรือหวาน (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงระยอง ที่268/2563 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฉ้อโกง

สถานที่จับกุม บริเวณห้างสรรพสินค้า หมู่ที่ 9 .ปากแพรก .เมือง .กาญจนบุรี

พฤติการณ์ ก่อนเกิดเหตุเมื่อประมาณปี 2557 ผู้ต้องหาได้สมัครเข้ามาทำงานในตำแหน่งพนักงานบัญชีของบริษัทฯ ผู้เสียหาย ต่อมาเมื่อทำงานได้สักระยะหนึ่ง ผู้ต้องหาได้ชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนนำเข้ากระเป๋าแบรนด์เนม โดยอ้างว่าตนเองรู้จักนักบินและพนักงานต้อนรับบนสายการบินที่สามารถนำเข้ากระเป๋าแบรนด์เนมจากต่างประเทศได้ จึงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ตกลงร่วมลงทุนกับผู้ต้องหา

โดยในระหว่างการร่วมลงทุนดังกล่าว ผู้ต้องหามีการสร้างตัวละครที่แอบอ้างว่าเป็นผู้ที่สามารถนำเข้ากระเป๋าแบรนด์เนมมาพูดคุยกับผู้เสียหายผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ หลวกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าดำเนินการต่างๆเรื่อยมา อีกทั้งยังมีการนัดให้ผู้เสียหายไปพบปะพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้มากยิ่งขึ้น จนทำให้ผู้เสียหายโอนเงินร่วมลงทุนไปเป็นจำนวนหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 17 ล้านบาท

ต่อมา ผู้เสียหายสังเกตเห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง จึงได้ทวงถามผู้ต้องหา เพื่อขอตรวจสอบสินค้าที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง แต่กลับถูกผู้ต้องหาบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา จนเมื่อผู้เสียหายร้องขอให้ผู้ต้องหาชดใช้ค่าเสียหาย ผู้ต้องหาก็ยังคงบ่ายเบี่ยงเช่นเดิม ไม่มีการชดใช้ค่าเสียหายคืนแต่อย่างใด ผู้เสียหายจึงได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ซึ่งต่อมาผู้ต้องหาได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล และได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นศาล แต่ภายหลังจากการได้รับการประตัว ผู้ต้องหากลับมีพฤติการณ์หลบหนี ศาลแขวงระยองจึงได้ออกหมายจับผู้ต้องหาตามหมายจับข้างต้น

จนกระทั่งวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ .ปากแพรก .เมือง .กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยพบผู้ต้องหาอยู่บริเวณห้างสรรพสินค้า หมู่ที่ 9 .ปากแพรก .เมือง .กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา นำส่งศาลแขวงระยอง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

จากการสืบสวนเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม พบว่าผู้ต้องหารายนี้มีประวัติก่อหตุคดีอาญาจำนวน 10 คดี โดยเป็นคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ทั้งหมด และยังมีหมายจับที่ต้องการตัว (ไม่รวมคดีนี้) อีก 5 หมายจับดังนี้

1. หมายจับศาลแขวงเชียงใหม่ ที่ 250/2564 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2564 ความผิดฐานสั่งซื้ออาหารเครื่องดื่ม หรือเข้าอยู่โรงแรม โดยรู้ว่าตนไม่สามารถชำระเงินค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม หรือค่าอยู่ในโรงแรม

2. หมายจับศาลแขวงชลบุรี ที่ 94/2563 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2563 ความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์

3. หมายจับศาลแขวงดอนเมือง ที่ .85/2563 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง

4. หมายจับศาลแขวงชลบุรี ที่ 119/2563 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 ความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์

5. หมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ 463/2563 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ความผิดฐานฉ้อโกงผู้อื่นและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน