กองปราบรวบเพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ ก่อเหตุข่มขืนเพื่อนสาว หลังชวนกันไปดื่มกิน

กองปราบรวบเพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ ก่อเหตุข่มขืนเพื่อนสาว หลังชวนกันไปดื่มกิน

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล...สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.บก.., ...เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.., ...บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.., ...วิญญู แจ่มใส, ...กรกช ยงยืน, ...นพรัตน์ คำมาก, ...เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล รอง ผกก.2 บก..

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ...พิเชต ชมมณฑา สว.กก.2 บก.. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่3 กก.2 บก..

ร่วมกันจับกุม นายณัฐวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน  ที่ . 202/2561  ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ในข้อกล่าวหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรืออยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้เข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น หน่วงเหนี่ยวผู้อื่นเป็นเหตุให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

สถานที่จับกุม ในพื้นที่ แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ

พฤติการณ์ เมื่อประมาณกลางปี 2561 นายณัฐวุฒิฯ (ผู้ต้องหา) ได้นั่งดื่มกินสุรากับกลุ่มเพื่อนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ต่อมาเมื่อร้านปิด นายณัฐวุฒิฯ ได้ชวนผู้เสียหายกับเพื่อนอีก 1 คน ไปเปิดโรงแรมม่านรูด ย่านพุทธมณฑลสาย 3 เพื่อนั่งดื่มกินกันต่อ โดยหลังจากนั่งดื่มกินกันเสร็จ เพื่อนของผู้เสียหายได้ขอตัวกลับก่อน จึงเหลือเพียงนายณัฐวุฒิฯ อยู่กับผู้เสียหายสองคน นายณัฐวุฒิฯ จึงได้ขอมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอมนายณัฐวุฒิฯ จึงได้เข้าไปกอด จูบ ลูบไล้ ผู้เสียหาย จนผู้เสียหายดิ้นขัดขืน นายณัฐวุฒิฯ  จึงได้หยุดการกระทำดังกล่าว ก่อนจะหลบหนีไป หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสน.หนองค้างพลู เพื่อดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิฯ  ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน จนกระทั่งออกหมายจับผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว

ต่อมาวันที่ 29 มิถุนายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า ปัจจุบันผู้ต้องหาได้หลบหนีมาทำงานอยู่บริเวณ แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ โดยพบผู้ต้องหายืนอยู่บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหา และนำตัวส่ง พงส. สภ.หนองค้างพลู เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากสอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด