รวบผู้ร้ายสำคัญตามประกาศสืบจับ ตร. ปี 2564 เอี่ยวขบวนการค้ายาเสพติด เงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 60 ล้านบาท

รวบผู้ร้ายสำคัญตามประกาศสืบจับ ตร. ปี 2564 เอี่ยวขบวนการค้ายาเสพติด เงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 60 ล้านบาท

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล...สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.., ...พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณรอง ผบก.., ...พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.., ...วิจักขณ์ ตารมย์ผกก.สสน.บก.., ...ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผกก.สสน.บก..

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ ...ปรัชญ์ แม้นเดช สว.กก.1 บก.. ปฏิบัติราชการ สว.กก.สสน.บก.., ...ฉัตรชัย อินทร์บำรุง รรท.รอง สว.กก.สสน.บก.., ว่าที่ ...ธิรวัต อยู่คง รอง สว.ฝอ.บก.., ...รัฐอิสระ ศิริวรรณ์ ผบ.หมู่ กก.สสน.บก..

ร่วมกันจับกุม นายศิริฤกษ์ หรือโต้ง (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่533/2561 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน สนับสนุนช่วยเหลือและรับเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดจากผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

สถานที่จับกุม  บริเวณซอยเพชรเกษม 48 แยก 31 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ ด้วยเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2561 เวลาประมาณ 17.50 . เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีได้จับกุมตัว นายเอกนิธิ หรือกล้วยฯ อายุ 24 ปี และ..หนึ่งฤทัย หรือมิวฯ อายุ 27 ปี พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าจำนวน 294,000 เม็ด, ไอซ์ น้ำหนักประมาณ 3,700 กรัม, เคตามีน น้ำหนักประมาณ 4,100 กรัม, ยาอี จำนวน 4,680 เม็ด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.ปส.2 ได้รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการขยายผลจนทราบว่านายศิริฤกษ์ฯ (ผู้ต้องหา) มีพฤติการณ์ในการสั่งการและร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวข้างต้น โดยในบัญชีของผู้ต้องหามีเงินหมุนเวียนอยู่ประมาณ 60 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับนายศิริฤกษ์ฯ ตามหมายจับดังกล่าว นอกจากนี้ นายศิริฤกษ์ฯ (ผู้ต้องหา) ยังมีรายชื่อในประกาศสืบจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2564 ลำดับที่ 47 อีกด้วย

กระทั่งวันที่ 14 เมษายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุม นายศิริฤกษ์ (ผู้ต้องหา) จนทราบว่าผู้ต้องหาจะเดินกลับบ้านพักที่กรุงเทพฯ เพื่อมาหามารดาและบุตรชายในช่วงวันหยุดสงกรานต์ จึงได้วางแผนนำกำลังเข้าทำการปิดล้อมจับกุม เมื่อจับกุมตัวได้จึงนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าในขบวนการค้ายาเสพติด ตนทำหน้าที่เป็นแหล่งพักเงินที่ได้มาจากการค้ายา โดยทุกๆวันจะมีเงินถูกโอนเข้าบัญชีของตนวันละประมาณ200,000 บาท และตนจะไปถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มมาเก็บไว้ที่บ้าน เพื่อรอให้หัวหน้ามารับไป ซึ่งตนจะได้รับส่วนแบ่งประมาณ 10% จากยอดเงินทั้งหมด

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด