กองปราบรวบหนุ่มหลอกขายของผ่านเฟซบุ๊ค ตรวจสอบพบเคยก่อเหตุหลอกเหยื่อขายคอร์สเสริมความงาม

กองปราบรวบหนุ่มหลอกขายของผ่านเฟซบุ๊ค ตรวจสอบพบเคยก่อเหตุหลอกเหยื่อขายคอร์สเสริมความงาม

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล...สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.บก.., ...เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.., ...บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.., ...วิญญู แจ่มใส, ...กรกช ยงยืน, ...นพรัตน์ คำมาก, ...เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล รอง ผกก.2 บก..

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ...พิเชต ชมมณฑา สว.กก.2 บก.. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 3 กก.2 บก..

ร่วมกันจับกุม นายถิรวิทย์ หรือมิกซ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่ 250/2563  ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2563 ในข้อกล่าวหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และฉ้อโกงและหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ .817/2563 ลงวันที่ 30 ตุลาคม2563 ในข้อกล่าวหาฉ้อโกงทรัพย์

สถานที่จับกุม บริเวณห้างสรรพสินค้า รังสิต .ประชาธิปัตย์ .ธัญบุรี .ปทุมธานี

พฤติการณ์ เมื่อประมาณปี 2563 ผู้ต้องหาได้โพสต์ขายโทรศัพท์มือถือ ลงในกลุ่มซื้อขายโทรศัพท์มือถือผ่านเฟซบุ๊ค โดยตั้งราคาขายไว้ประมาณ 20,000 บาท ต่อมามีผู้เสียหายสนใจจึงตกลงซื้อขายและโอนเงินไปให้กับผู้ต้องหา แต่ภายหลังผู้เสียหายกับไม่ได้รับโทรศัพท์ตามที่ตกลงซื้อขายกันไว้ เมื่อพยายามติดต่อไปหาผู้ต้องหา ปรากฎว่าติดต่อไม่ได้ และผู้ต้องหามีการเปลี่ยนชื่อเฟซบุ๊คใหม่ พร้อมกับโพสต์ขายโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวอีกครั้ง ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกหลอก จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กระทั่งวันนี้ 9 เมษายน 2564 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายถิรวิทย์ฯ(ผู้ต้องหา) ได้หลบหนีมาทำงานอยู่บริเวณ .ประชาธิปัตย์ .ธัญบุรี .ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อพบผู้ต้องหาจึงเข้าจับกุม และนำตัวพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา

จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา พบว่าในห้วงปี 2563 ผู้ต้องหายังมีหมายจับและเคยถูกจับกุมในคดีต่างๆ อีก ดังนี้

เคยถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ของ สน.ร่มเกล้า บก..3 โดยผู้ต้องหาแอบอ้างตนเป็นตัวแทนของคลินิกแห่งหนึ่ง หลอกขายคอร์สรักษาสิวให้กับผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายได้โอนเงินไปให้ผู้ต้องหาเป็นจำนวน 8 ครั้ง ยอดเงินจำนวน 7,949 บาท ซึ่งหลังจากโอนเงินดังกล่าวไปแล้ว ผู้เสียหายได้ไปติดต่อรักษาสิวตามคอร์ส ปรากฎว่า ทางคลินิกแจ้งว่าผู้เสียหายยังไม่ได้ชำระค่าคอร์สดังกล่าว เมื่อทวงถามผู้ต้องหาก็ได้รับการผัดผ่อนเรื่อยมา ทางผู้เสียหายจึงได้เข้าเเจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย

หมายจับในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ของ สน.บางชัน  บก..4 โดยพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ สืบเนื่องมาจาก ได้มีผู้เสียหายมาใช้บริการที่คลินิกแห่งหนึ่ง จากนั้นผู้ต้องหาได้เสนอโปรแกรมดูแลรักษาสิวให้ผู้เสียหายในราคา 4,400 บาท โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหา ซึ่งภายหลังเมื่อผู้เสียหายไปใช้บริการกลับไม่สามารถใช้บริการโปรแกรมรักษาสิวที่ผู้ต้องหาแนะนำได้ ผู้เสียหายจึงได้มาเเจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด