กองปราบจับเพิ่ม หนุ่มร่วมขบวนการขนไอซ์ นำ้หนักกว่า 378 กก.

กองปราบจับเพิ่ม หนุ่มร่วมขบวนการขนไอซ์ นำ้หนักกว่า 378 กก.

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บก.ป., พ.ต.ท.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผกก.สสน.บก.ป., พ.ต.ท.กันต์กวี อดุลยาศักดิ์ สว.กก.สสน.บก.ป., พ.ต.ต.ณัติรุจน์ วัฒนะฉัตรรัตน์ สว.กก.4 ปฏิบัติราชการ สว.กก.สสน.บก.ป.

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดย ร.ต.อ.ปิยบุตร มีแป้น รองสว.กก.สสน.บก.ป., ร.ต.ท.จิรัสสิทธิ์ เพ็ชรทองมา รรท.รอง สว.กก.สสน.บก.ป., ด.ต.อดิศร เปกาลี, ส.ต.อ.นฤชา ชุมสิงห์ ผบ.หมู่ กก.สสน.บก.ป.

ร่วมกันจับกุมนายธนพล (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปีซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 522/2563 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 ในความผิดฐาน “ร่วมกันในข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แอมเฟตามีนหรืออนุพันธ์แอมเฟตามีน) มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกิน 20 กรัมขึ้นไป, สมคบในข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดผู้นั้นสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด”

สถานที่จับกุม ม.8 ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

พฤติการณ์สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.2 บช.น. ได้จับกุมนายณัฐพงศ์ฯ และนางสุภาพรฯ ในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ที่บริเวณถนนเพชรเกษม กม.ที่ 185 ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยสามารถตรวจยึดยาไอซ์ น้ำหนักรวม 378 กิโลกรัม ได้ที่รถกระบะ อีซูซุ (ตู้ทึบ) สีขาว ทะเบียน บต-2481 สมุทรปราการ พร้อมโทรศัพท์มือถืออีก 4 เครื่อง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขยายผลผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม โดยสืบสวนทราบว่านายธนพลฯ (ผู้ต้องหา) เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอหมายจับผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว 

กระทั่งวันที่ 11 มีนาคม2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่านายธนพลฯ (ผู้ต้องหา) หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักหมู่ที่ 8 ต.บางปูใหม่  อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าทีตำรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อพบผู้ต้องหาจึงทำการจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนกลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน บก.ปส.2 บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”