กองปราบร่วมกับสืบภาค 8 จับกุมหนุ่มลวงเด็กอายุ 13 ปี ข่มขืน หลบหนีการจับกุมนาน 11 ปี

กองปราบร่วมกับสืบภาค 8 จับกุมหนุ่มลวงเด็กอายุ 13 ปี ข่มขืน หลบหนีการจับกุมนาน 11 ปี

กองบังคับการปราบปราม โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป, พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก 5 บก.ป., พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคำปัน, พ.ต.ท.ปวิช ข่าทิพย์พาที, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย  พ.ต.ต.ธีระยุทธ ไทยราช สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.ธีระพงษ์ คงเขียว รอง สว.กก.5 บก.ป., ด.ต.ปิยวิทย์ มีวาสนา, ส.ต.อ. เอกวิทย์ เจริญศักดิ์, ส.ต.อ.ศตวรรษ ศรีรัตนะ ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายภูวดล หรือติ๊ก (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ 97/2553  ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2553 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดเกี่ยวกับการอนาจาร กระทำชำเรา จำเลยไม่ไปศาลตามกำหนดนัด มีพฤติการณ์หลบหนี” จับกุมไ้ด้ที่ หลังบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 1 ต.สินเจริญ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี

สืบเนื่องจาก เมื่อกลางปี พ.ศ.2550 นายภูวดลฯ และครอบครัวได้ไปประกอบอาชีพทำนาที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งนายภูวดลฯ มีนิสัยเจ้าชู้ จนภรรยาจับได้ว่านายภูวดลฯ ไปแอบชอบเด็กหญิงอายุ 13 ปี ในหมู่บ้านเดียวกัน ทำให้ภรรยาไม่พอใจและทะเลาะกันจนภรรยาได้พาลูกหนีออกไปจากบ้าน หลังจากที่นายภูวดลฯ พักอาศัยอยู่ที่บ้านเพียงคนเดียว นายภูวดลฯ ได้ใช้อุบายล่อล่วงเด็กหญิงคนดังกล่าวมาที่ห้องพักของตน แล้วได้ใช้กำลังบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ พร้อมทั้งได้ขู่บังคับผู้เสียหายไม่ให้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกแก่ผู้อื่น แต่ต่อมาทางของพ่อแม่ผู้เสียหายได้สังเกตเห็นพฤติกรรมของบุตรสาวเปลี่ยนไป จึงได้สอบถามจนทราบความจริง พ่อแม่ของผู้เสียหายจึงได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมดงรัก ซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ได้แล้วนั้น นายภูวดลฯ ได้ขอประกันตัวในชั้นศาล และหลบหนีไม่เข้ารับฟังคำพิพากษาของศาล 

จนกระทั่งวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.ร่วมกับ บก.สส.ภ.8 สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาพักอาศัยและทำงานในสวนปาล์มน้ำมันในพื้นหมู่ที่ 1 ต.สินเจริญ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้เข้าทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา นำส่งศาลจังหวัดสุรินทร์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย