กองปราบ รวบหนุ่มใหญ่บ้านใกล้ หลอกกระทำชำเรา เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ นาน 5 ปี

กองปราบ รวบหนุ่มใหญ่บ้านใกล้ หลอกกระทำชำเรา เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ นาน 5 ปี

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สาธิต สมานภาพ, พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ, พ.ต.ท.ศราวุธ จันต๊ะวงค์, พ.ต.ท.อลงกต คชแก้ว และ พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ รอง ผกก.กก.1 บก.ป. 

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์ สว.กก1.บก.ป., ร.ต.อ.รัฐชิน เจริญรัมย์, ว่าที่ ร.ต.ท.สพงษ์ธรรศน์ แก้วจุนันท์ รอง สว.กก.1 บก.ป., ว่าที่ ร.ต.อ.อุปถัมป์ ลื้อยอดพิทักษ์, ร.ต.ท.อาทิตย์ ศุภนคร, ว่าที่ ร.ต.ต.ฤทธิ์ ปานทอง รอง สว.(ป.) กก.1.บก.ป., ด.ต.รัตนภูมิ  ชูชื่น, ด.ต.นิคม  ด้วงสุวรรณ์, ด.ต.อนุวัฒน์ ภูพวงนิล, ส.ต.อ.กฤษฎา ขามฝาด, ส.ต.อ.จีระวัฒน์ ไชยผา, ส.ต.อ.วุฒิพงษ์ กรีเทพ, ส.ต.อ.หญิง ทัศนีย์ สุขศรี ผบ.หมู่ กก.1 บก.ป.

ร่วมกันจับกุมนายวัชรพล (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดปทุมธานีที่อ.9/2564 ลงวันที่ 29 มกราคม 2564 ในความผิดฐาน “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามและโดยปราศจากเหตุอันควรพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจร”

พฤติการณ์สืบเนื่องมาจากเมื่อเดือนมีนาคม 2558 ผู้ต้องหาได้อาศัยความสนิทใกล้ชิดเนื่องจากอาศัยอยู่ใกล้กับบ้านของผู้เสียหายเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายและแอบเข้าไปในมุ้งที่ผู้เสียหายนอนเล่นอยู่หลังจากนั้นได้กระทำชำเราผู้เสียหายและได้ข่มขู่ผู้เสียหายห้ามไม่ให้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกพ่อกับแม่ไม่เช่นนั้นจะถูกตีและเนื่องจากผู้เสียหายยังเด็กอยู่ (ขณะนั้นอายุ 7 ปี) จึงไม่ได้เล่าเรื่องดังกล่าวให้พ่อกับแม่ฟัง

  ต่อมา ประมาณเดือนพฤษภาคม 2558 ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุลักษณะเดิมอีก โดยหลอกผู้เสียหายว่าจะพาไปซื้อขนม ให้ผู้เสียหายขึ้นรถยนต์ไปกับตน ก่อนจะกระทำชำเราผู้เสียหายอีก

  และเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2561 (ขณะที่ผู้เสียหายเรียนอยู่ชั้น ป.4) ผู้ต้องหาได้หลอกผู้เสียหายกับน้องชายว่าจะพาไปหาพ่อแม่ที่ตลาด ให้ผู้เสียหายกับน้องชายขึ้นรถยนต์ไปกับตนเช่นเคย หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้จอดรถที่ข้างทาง ก่อนจะกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยมีน้องชายผู้เสียหายอยู่ในเหตุการณ์ด้วย 

  จนกระทั่งวันที่ 19 สิงหาคม 2563 ขณะที่ผู้เสียหายอยู่บริเวณหน้าบ้าน ผู้ต้องหาได้เดินเข้ามาคุยกับผู้เสียหายและได้เดินมาประชิดตัวพยายามลวนลามผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงเดินหนีและขับขี่รถจักรยานยนต์ไปบอกเรื่องดังกล่าวกับคุณครูที่โรงเรียน เมื่อคุณครูทราบเรื่องดังกล่าว จึงได้โทรแจ้งให้ผู้ปกครองผู้เสียหายทราบหลังจากนั้น ทางผู้ปกครองของผู้เสียหายจึงได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์แก่พนักงานสอบสวน สภ.สามโคก ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด โดยเมื่อผู้ต้องหาทราบเรื่องว่าตนเองถูกดำเนินคดี จึงได้หลบหนีออกนอกพื้นที่

กระทั่งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่านายวัชรพลฯ ได้หลบหนีมาทำงานในพื้นที่ซอยนาวงประชาพัฒนา 17 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ จึงได้เข้าจับกุมตัว นายวัชรพลฯ ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามนายวัชรพลฯให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

กองปราบปรามจึงขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ปกครองและครูอาจารย์ขอให้ช่วยกันดูแลสอดส่องพฤติกรรมของเด็กหมั่นสอบถามหากสังเกตเห็นพฤติกรรมที่ผิดปกติเช่นมีบาดแผลตามร่างกายวิตกกังวลเก็บตัวมีอาการซึมเศร้า

ทั้งนี้การล่วงละเมิดทางเพศเป็นการคุกคามทั้งทางร่างกายและจิตใจการดูแลเอาใจใส่บุตรหลานของท่านจึงเป็นสิ่งสำคัญหากพบความผิดปกติเกิดขึ้นกับบุตรหลานของท่านให้ท่านรีบสอบถามและให้ความช่วยเหลือหรือขอคำปรึกษากับหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับด้านนี้โดยตรง

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”

 ก